อึ้ง!“ปลามังกรแดง” ราคาแพงเท่ารถบีเอ็มฯ

สวัสดีครับ

ระหว่างวันที่ 30 ต.ค. ถึง 2 พ.ย. 2555 ผมกำลังเดินทางไปเลือกปลาที่สิงค์โปร์และอินโดนีเซียครับ
ซึ่งการเดินทางรอบนี้ ผมจะนำปลามังกรแดงเข้ามาด้วยครับ
เลยหาหัวเรื่องเกี่ยวกับปลามังกรแดงมาฝากครับ


ชาวจีนถ่ายภาพปลามังกรแดงราคาสุดแพงของร้านขายปลาสวยงามในเมืองเฉิงตู
มณฑลซื่อชวน(เสฉวน) เก็บไว้เป็นที่ระลึก(ภาพซีน่า)

ซีน่า/ซินหวา -ร้านขายปลาเลี้ยงสวยงามในเมืองเฉิงตู โชว์ปลาอโรวานาแดง หรือปลามังกรแดงราคาสุดแพงเทียบเท่ารถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 1 คัน

สื่อจีนเผยเมื่อช่วงต้นเดือนพ.ค.ที่ผ่านมาว่า ร้านขายปลาดังกล่าว ซึ่งอยู่ที่ถนนไป่ฮวาซื่อ เมืองเฉิงตู มณฑลซื่อชวน(เสฉวน) ได้ตั้งโชว์ปลาอโรวานาแดงอยู่ด้านหน้าร้าน ดึงดูดความสนใจจากผู้คนจำนวนมากที่เดินผ่านไปมา และบรรดาผู้ที่รักการเลี้ยงปลา โดยทุกคนต่างหยุดดูและตะลึงงันไปกับมูลค่าของเจ้าปลาตัวนี้

ปลาอโรวานาแดงหรือ ปลามังกรแดงตัวดังกล่าว ลำตัวยาว 55 เซนติเมตร กว้าง 20 เซนติเมตรน้ำหนักตัวราว 1.5 กิโลกรัม มีราคาสูงถึง 360,000 หยวน(ราว 1.66 ล้านบาท)ซึ่งเท่ากับราคารถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในจีน 1 คัน

นอกจากนี้ ภายในร้านค้าดังกล่าว ยังขายปลาอโรวานาสีต่างๆ อาทิ ปลาอโรวานาทอง ปลาอโรวานาเงิน และปลาอโรวานาแดง เป็นต้น โดยมีราคาถูกสุดตั้งแต่ 10,000-100,000 หยวน(ราว 46,000 – 460,000 บาท) โดยเจ้าปลามังกรแดง มีราคาแพงสุด อยู่ที่ 360,000 หยวน

พนักงานร้านค้ากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ปลาอโรวานาแดงดังกล่าว นำมาจากประเทศอินโดนีเซีย เกร็ดของมันมีสีแดงขลับทอง ดูสง่า และสะท้อนแสงไฟยิ่งสวยงาม”

“ปลามังกรแดงตัวนี้ ตอนยังเป็นลูกปลาตัวเล็กๆ มันมีสีขาว แต่พอเริ่มโตขึ้น สีของมันก็ค่อยๆเข้มขึ้น เป็นสีส้ม สีชมพู ไล่ไปจนเป็นสีแดงเข้ม สีแดงเลือด จนเป็นสีแดงในปัจจุบัน”

ชาวจีนบางคน ให้ความเห็นว่า “เจ้าปลามังกรแดงดังกล่าวมีราคาแพงเกินไป นำเงินไปซื้อรถบีเอ็มยังดีกว่า” ขณะที่ ชาวจีนอีกส่วนหนึ่งกล่าวว่า “สำหรับคนที่เล่นปลา หรือรักการเลี้ยงปลา ราคาแพงเท่าไหร่ก็จ่ายไหว”

สำหรับการดูแลเพื่อให้ปลาอโรวานาขับสีสันได้เต็มที่ ผู้เลี้ยงต้องมีความอดทนในการรอการปรากฏของสี โดยเฉพาะสีของเจ้าอโรวานาแดงอินโด ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานถึง 7-8 ปีกว่าสีสันจะออกเต็มที่ แต่โดยปกติแล้วสีสันจะออกเต็มที่ในระยะเวลาประมาณ 4-5 ปี หรืออย่างเร็วสุดก็หนึ่งปีกว่า ๆ


ปลาอโรวานาแดงโชว์อยู่ในตู้ปลาของร้านขายปลาสวยงามในเมืองเฉิงตู มณฑลซื่อชวน(เสฉวน)
สนนราคา 360,000 หยวน (ภาพซีน่า)


ภาพปลาอโรวานาแดงเลือด(ภาพเอเยนซี)


ภาพปลาอโรวานาทอง(ภาพเอเยนซี)


ภาพปลาอโรวานาทอง(ภาพเอเยนซี)

ขอบคุณข้อมูลจาก manager.com ครับ

ตั้น
Emperor Arowana
จักรพรรดิปลามังกรทอง
www.emperorarowana.com

เรื่องกรองต้องรู้ — ระบบกรองชีวภาพในตู้ปลา

สวัสดีครับ

หลังจากที่ผมหาบทความเกี่ยวกับปลาอโรวาน่าีที่คิดว่ามีประโยชน์ ผมเพิ่งมาเอ๊ะใจตอนเปลี่ยนน้ำตู้ปลาเหมือนกันครับ จริงๆแล้วยังมีเรื่องของระบบกรองที่จำเป็นสำหรับปลาอโรวาน่าของพวกเราด้วยเหมือนกัน จึงไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมาให้เพื่อนผู้เลี้ยงปลาอโรวาน่า นะครับ อาจจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ

เรื่องระบบกรองชีวภาพนั้น…แหมฟังดูแล้ว”วิชาก๊าร วิชาการ” แค่ได้ยินแค่นี้ก็ไม่อยากจะอ่านต่อแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เลี้ยงปลาทุกคนสมควรทำความเข้าใจจริง ๆ เรียกว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นเป็นอย่างมากครับ

เรื่องระบบกรองชีวภาพนั้น…แหมฟังดูแล้ว”วิชาก๊าร วิชาการ” แค่ได้ยินแค่นี้ก็ไม่อยากจะอ่านต่อแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เลี้ยงปลาทุกคนสมควรทำความเข้าใจจริง ๆ เรียกว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นเป็นอย่างมากครับ

ผู้เลี้ยงปลาบางคนอาจจะเข้าใจว่าที่เราใส่หัวทรายเพราะปลาต้องการอ๊อกซิเจน และเข้าใจว่าของเสียของปลา(ก็ขี้ปลานั่นแหละ)ก็เป็นเหมือนเศษฝุ่นเศษผงที่ตกเข้าไปในตู้ปลา โดยไม่ได้ทราบเลยว่า “ของเสียจากปลานั้นทำให้น้ำเป็นพิษได้”

และการกำจัดสารพิษตรงนั้นก็เป็นหน้าที่ของระบบกรองชีวภาพครับ ด้วยเหตุนี้ตู้ปลาทุกใบจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีระบบกรองชีวภาพนอกเหนือจากระบบกรองทางกลภาพที่มีหน้าที่กำจัดเศษฝุ่นผงในน้ำ

เราลองมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบกรองทางชีวภาพกันดูเสียหน่อยนะครับ

คือเพื่อน ๆ คงพอจะเคยเห็นปลากินอาหารใช่ไหมครับ แต่เพื่อน ๆ ทราบไหมครับว่า ปลากินอาหารแล้วก็ต้อง”ขี้”ด้วย ขี้นี่แหละครับที่เป็นจุดเริ่มต้นของของเสียในตู้ปลา แล้วการที่เราดูดขี้ปลาไปทิ้ง หรือเก็บไว้ที่ใยแก้ว..นั้นไม่ได้หมายความว่าน้ำในตู้ปลาสะอาดเหมาะสมสำหรับปลาแล้วนะครับ ต่อให้เพื่อน ๆ ดูดขี้ออกจากตู้ปลา(ไม่ได้ให้ดูดลงคอไปเด้อ…) แต่น้ำก็ยังเสียอยู่ดีแหละครับ ยังไงก็ต้องมีระบบกรองครับ

ที่ไหนมี”ขี้”ที่นั้นก็จะเกิดแอมโมเนีย(NH4)– (บ่ใช้แอมเสาวลักษณ์เด้อ) น้องแอมฯเนี้ยถือว่าเป็นสารตัวแรกที่เกิดจากขี้ปลาครับ แล้วก็อันตรายต่อปลาเรามากกกกกครับ เจอขึ้นสูงไม่มาก…เจ้าปลาเราก็ไปหาพี่ยมแล้วครับ เพื่อให้เพื่อน ๆ จำให้ง่าย ๆ ให้มองว่าเพื่อน ๆ แต่งงานกันน้องปลา เพื่อมีนางเอกก็ต้องมีตัวร้าย งานนี้ก็”น้องแอมฯ”แหละครับ ซึ่งอย่างไงก็ตามน้องปลาก็แพ้ทางน้องแอมฯครับ น้องปลาแกต้องหนีเพื่อน ๆ ไปหาพี่ยมแน่ ๆ ครับ (น้องแอมฯนี้ร้ายมากกกเลยนะครับ ถือว่าร้ายที่สุดของนิยายเรื่องนี้ครับ)

แล้วทำไงหละทีนี้

ณ ตรงนั้น จะมีแบคทีเรียชนิดหนึ่งชื่อ Nitrosomonas(บ่ต้องจำชื่อหรอกครับ เอาแค่เข้าใจว่ามีแบคทีเรียฝ่ายธรรมะเกิดขี้นเป็นพอครับ) ซึ่งเจ้านี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติครับ เรียกกว่าที่ไหนมีแอมโมเนีย..เจ้าแบคทีเรียชนิดนี้ก็จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ต้องไปเสียเงินหาซื้อมานะครับ มันมาเองครับ อย่างที่รู้ ๆ กันแหละครับ หนังน้ำเน่าเมืองไทย..ที่ไหนมีนางร้าย ที่นั่นก็มีผู้ช่วยนางเอกอยู่แล้ว

เจ้าแบคทีเรียชนิดนี้จะกินแอมโมเนียครับ เจ๋งไหมครับ ซึ่งขั้นตอนนี้เจ้าแบคทีเรียต้องใช้อ๊อกซิเจนด้วยนะครับ แต่สารที่เกิดจากขั้นตอนนี้ซึ่งก็คือ”ไนไตรท์”(NO2)ก็ยังมีพิษต่อปลาของเราอยู่ดีแหละครับ แม้เจ้านี้จะไม่ร้ายเท่าน้องแอม แต่ก็อันตรายต่อน้องปลาของเรานะครับ ไนไตร์ทปริมาณไม่มากในตู้ปลาสามารถฆ่าปลาเราได้นะครับ ทำเป็นเล่นไป

อยุธยาไม่เคยยากไร้คนดีฉันใด ตู้ปลาเราก็ยังไม่หมดหนทางฉันนั้น

ผู้ช่วยนางเอกอีกคนก็ปรากฏตัวขึ้น (แบบนิยายน้ำเน่าเลยครับ ^_^ )

ณ จุดนั้น ก็จะมีแบคทีเรียอีกประเภทเรียกว่า Nitrobacter ซึ่งก็เช่นกันครับ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติไม่ต้องไปหาซื้อหรอกครับ เจ้านี้จะกัดกินไนไตร์ทครับ (ใช้อ๊อกซิเจนอีกเช่นกัน) แต่ก็จะได้”ไนเตรท”ในขั้นตอนนี้ “ไนเตรท”(NO3)เป็นสารที่เป็นพิษต่อปลาเราเช่นกัน แต่…โทษทีครับปลาเราสามารถทนต่อไนเตรทในปริมาณมากกว่าเจ้าแอมโมเนียหรือไนไตร์ทเป็นร้อยเท่าครับ

แล้ววิธีกำจัดเจ้าไนเตรทก็คือการเลี้ยงต้นไม้น้ำ เพราะต้นไม้น้ำจะใช้ไนเตรทเป็นอาหารในการเจริญเติบโตครับ แต่ในแง่ความเป็นจริงแล้ว ต่อให้มีไม้น้ำเต็มตู้ก็กินไนเตรทไม่ทันหรอกนะครับ ดังนั้นวิธีที่ง่ายกว่านั้นคือการถ่ายน้ำอย่างสม่ำเสมอครับ คำว่าสม่ำเสมอไม่ได้หมายความว่า วันเว้นวัน อาทิตย์ละครั้ง อาทิตย์ละสองครั้งนะครับ

แม้มาตราฐานพิมพ์นิยมจะบอกว่าอาทิตย์ละครั้งที่ 30% นั่นเพราะคุณฝรั่งเมืองนอก เวลาเค้าจะเลี้ยงปลา เค้าจะศึกษาข้อมูลอย่างดีครับว่าตู้ขนาดที่เค้าเป็นเจ้าของนั้นเลี้ยงปลาอะไรได้บ้าง เลี้ยงได้แค่ไหน ไม่ใช่แบบพี่ไทยครับ ทำตามใจได้คือไทยแท้ บางคนก็เลี้ยงแออัดโครต ๆ แบบหลาย ๆ คนที่อยู่ดี ๆ ก็หาซื้อปลาทอง ฯลฯ มาเท ๆ ใส่ตู้ หรือไม่ก็แบบคนรักอะโรฯ บ้านตัวเราก็แทบจะไม่มีรูอยู่ ดันซื้อตู้ใหญ่ ๆ มาใส่อะโรฯตัวเดียว

เลี้ยงปลาแออัดก็ถ่ายน้ำถี่หน่อย เลี้ยงปลาหลวม ๆ ก็นาน ๆ ทีได้– งานนี้ต้องดูนิสัยปลาด้วย ปลาบางตัวชอบน้ำใหม่ ถ่ายน้ำบ่อย ๆ ก็ดีเช่นปลาปอม ปลาทอง แต่ปลาบางตัวชอบน้ำเก่า ก็ต้องพยายามรักษาสภาพน้ำให้ดีแต่ยืดเวลาถ่ายน้ำไปอีกหน่อย

บอกอะไรให้ฟังไหมครับ น้ำเมืองไทยถูกมากนะครับ น้ำ1000 ลิตรไม่ถึง 20 บาท อย่าประหยัดกันมากนัก รักจะเลี้ยงปลาก็เลี้ยงให้ดีครับ ถ้าขี้เกียจถ่ายน้ำให้ปลา แล้วมาอ้างว่าเปลืองน้ำด้วย…ผมว่าขี้เกียจอาบน้ำดีกว่าครับ ขี้เกียจเหมือนกันประหยัดน้ำเหมือนกันด้วยครับ

แต่ก็อย่าบ้าถ่ายเช้าถ่ายเงิน หรือถ่ายปริมาณมาก ๆ ระวังปลาจะแป๊กเอาด้วยนะครับ

พระท่านว่าให้เดินทางสายกลางครับ

แบคทีเรียสองชนิดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาตินั้นเกิดขึ้นที่ไหนครับ คำตอบก็คือทุกทีแหละครับ ผนังตู้ เปลือกpower สายอ๊อกฯ ฯลฯ แต่นั้นไม่เพียงพอต่อการย่อยของเสียทั้งหมดที่เกิดขึ้นในตู้ปลาครับ งานนี้ต้องมีระบบกรองครับ เพราะ80%ของแบคทีเรียจะอาศัยอยู่ในตู้กรองเราครับ ก็อยู่ที่วัสดุกรองแหละครับ

แหมจะให้ทำตัวไร้หลักแหล่ง ลอยไปลอยมาได้ไง คนเราก็ต้องมีบ้านฉันใด เจ้าแบคทีเรียก็ต้องมีบ้านฉันนั้นครับ

ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องมีกรองไงครับ จะกรองนอก กรองล่าง กรองข้างตู้ข้างเตียงอะไรก็ขอให้มีกรองนะครับ

แต่…..

เพื่อน ๆ สังเกตไหมครับว่ารูปแบบของของเสียที่เกิดขึ้นมีอย่างไร

จากขี้->แอมโมเนีย->ไนไตร์ท->ไนเตรท

ทีนี้ถ้าเพื่อน ๆ มีระบบกรองที่สมบูรณ์คือเซ็ตตัวอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ เพราะในกรองเราจะมีแบคมีเรียที่พร้อมจะฆ่า กัด กิน ทำลาย (555 บ้าไปแล้วตรู)ของเสียทันทีทันใดที่เกิดขึ้น แต่….

ถ้าเป็นตู้ใหม่ ๆ กรองใหม่ ๆ หล่ะครับ

ตู้ใหม่ ๆ ที่กรองยังไม่เซ็ตตัวจะไม่มีแบคทีเรียที่ว่านะครับ แล้วเพื่อน ๆ จะสังเกตเห็นว่า แบคทีเรียเกิดขึ้นได้ต้องมีของเสียเกิดขึ้นก่อนครับ การที่มีของเสียเกิดขึ้นก่อน ซึ่งก็หมายถึงช่วงนั้นน้องปลาของเราต้องอยู่ในตู้ที่มีของเสียไงครับ…

ด้วยเหตุนี้ผมจึงนิยมให้เพื่อ ๆ เซ็ตระบบกรองแล้วทำให้ระบบกรองของเราสมบูรณ์ก่อนที่เราจะลงปลาตัวโปรดของเรา

ขั้นตอนนี้เราเรียกว่าการ cycle tank (ขอดัดจริตให้หน่อยะครับ อิ อิ)

ไม่ยากอะไรครับ งานนี้ต้องอาศัยพี่บรู๊ช วิลลิช หรือ คุณจอน แม็คเคนแห่ง die hard ครับ

ไม่ต้องงงครับพี่ ภาษาประกิตเค้าบอกว่าให้เราใส่ hard fish หรือปลาที่ทน ๆ เช่นปลาทอง ปลาคร๊าฟ นี่แหละครับ เอามันมาทรมาณ 555 เลี้ยงมันไปก่อน ให้มันกิน ให้มันขี้ เพื่อให้เกิดแบคทีเรีย จากนั้นก็…555…ให้เจ้าอะโรฯเรากินไปซะ

ผมไม่เคยใช้หรอกนะครับปลาทอง ปลาคร๊าฟที่ว่า ผมใส่ตะเพียนเผือกตาแดงครับ ก็ใส่ไปเลยในตู้ ไว้ทดสอบคลอรีนด้วย เป็นแท็งค์เมทด้วย ทำให้กรองเซ็ตตัวในช่วงแรกด้วย คุ้มอิบหาย อิ อิ

ถามว่า”นานไหมครับ กล่าวระบบกรองจะเซ็ตตัวสมบูรณ์” —- ไม่นานครับ ปกติก็ 40 วันครับ (นั้นแหละเป็นเหตุผลที่ผมจะเชียร์ให้เพื่อน ๆ ซื้อตู้มาล่วงหน้า เลี้ยงtankmate ไปก่อนในระวังที่เรามองหาอะโรฯตัวโปรด กว่าจะได้ปลาตัวโปรด กรองในตู้ก็สมบูรณ์แล้ว ปลาก็ไม่เครียด สีก็ดี สบายใจผู้เลี้ยง ^_^ )

บางคนอาจจะบอกว่าก็ทุกทีก็ซื้อตู้มา ล้างตู้ ใส่น้ำ เดินกรอง ใส่ปลา ก็เลี้ยงมาปกติ ปลาก็อยู่ดี โตด้วย ไม่เห็นตายเลย ไม่เห็นต้องซีเรียสอะไรเลย นั้นก็บังเอิญกว่าเพื่อน ๆ โชคดี ได้บักอึดมาเป็นนางเอกครับ ทนได้สารพัด ทนต่อสภาพแวดล้อมเลว ๆ ห่วย ๆ โดยที่ไม่ตายครับ แบบว่าบักอึดรักพี่มากค่ะ ชาตินี้จะอดทนเพื่อพี่แหละ พี่ที่แหละที่น้องจะอยู่ด้วย

อ้อ….เกือบลืมไป พอระบบกรองเช็ตตัวได้แล้ว อย่าดันทะลึ่งนะครับ ผ่านไป 40 วันแล้ว ตรูรอวันนี้มานานแล้ว เอาเลย…ว่าแล้วใส่ปลาที่อยากได้นักอยากได้หนาเข้าไปทีเดียวหลายตัว

ไม่ได้ ไม่ได้เลยนะครับ ทยอยใส่ปลาลงไปครับ ไม่ใช่ชั่วโมงละตัวนะพี่… โดยปกติแล้วเค้าว่าสัปดาห์ละตัวครับ

ไม่ยากเกินไปนะครับ

สรุปเพิ่มเติมนะครับ

1 ถ้าไม่มีของเสียก็ไม่มีแบคทีเรียที่ใช้ค่อยของเสีย เพราะฉะนั้นการเดินระบบกรองโดยไม่มีปลา หรือไม่มีของเสีย ต่อให้รอนานแค่ไหน ก็ได้แต่ฝันค้างครับ เพราะระบบกรองไม่มีทางเซ็ตตัวครับ

2 ขี้ปลากับอาหารที่เหลือคาตู้ล้วนแต่ทำให้น้ำเสียทั้งนั้น แต่…เศษอาหารทำให้น้ำเสียมากกว่า ระบบกรองต้องทำงานหนักกว่า ลองให้นึกว่าหนูตายหนึ่งตัวเหม็นแค่ไหนเมื่อเทียบกับขี้หนึ่งก้อน อันไหนใช้เวลาย่อยสลายนานกว่ากัน คงพอนึกออกแล้วใช่ไหมครับ ถึงบอกว่า…อย่าพยายามให้เศษอาหารเหลืออยู่คาตู้ครับ มันไม่ดี คนเลี้ยงปลาที่มีวินัยเค้าไม่ทำกัน

3 รักจะเลี้ยงปลาก็ต้องถ่ายน้ำสม่ำเสมอนะครับ

4 เมื่อไหร่ที่ระบบกรองสมบูรณ์ ยาและสารเคมีพยายามอย่าไปใส่เลยนะครับ เดี๋ยวกรองล่มครับ ตู้ที่กรองลงตัวแล้ว แทบจะไม่มีปลาป่วยเลยครับ

5 ถ้าจะล้างวัสดุกรอง ไม่ว่าจะเป็นตุ้มฟองน้ำ bioball ประการัง ซับเสตรท(ซับในไม่เกี่ยวนะ) ฯลฯ ให้ใช้น้ำในตู้ปลาล้างนะครับ อย่าเอาน้ำก๊อกล้างนะครับเดี่ยวแบคทีเรียกลับบ้านเก่าหมด จริง ๆ แล้วเวลาล้างวัสดุกรองให้ทยอยล้างครับ เช่นเดือนนี้ล้างสัก 1/3 ของทั้งหมด เดือนหน้าก็ล้างอีก 1/3 แต่เป็นอีกส่วนหนึ่งครับ อย่าขยันมากนักแบบว่าล้างทีเดียวทั้งหมด มันไม่ดีครับ

6 แบคทีเรียทั้งสองชนิดใช้อ๊อกซิเจนในการย่อยของเสียนะครับ จะเห็นว่าทั้งปลาทั้งแบคทีเรียต่างก็ต้องใช้อ๊อกซิเจนทั้งนั้น อ็อกซิเจนสามารถละลายกับน้ำได้โดนการให้น้ำสัมผัสกับอากาศ เช่น ในกรองที่มี bioball หรือการที่ผิวน้ำในตู้ปลาเคลื่อนไหว

7 ระบบกรองที่เซ็ตตัวสมบูรณ์แล้ว ค่าแอมโนเมียกับไนไตร์ทจะเป็น 0 นะครับ แต่ค่าไนเตรทจะไม่เป็น 0 นะครับ

8 ในระยะยาวให้แฟนเรา เมียเรารักปลาเหมือนกัน เพราะอย่างน้อยเราก็จะมีลูกมือในการทำความสะอาดตู้ปลา ข้อนี้สำคัญมากกก อย่างน้อยก็มีเพื่อนคุย ดีกว่านั่งทำงก ๆ อยู่คนเดียว

อาจจะยาวไปนิดนะครับ แต่ว่ามีประโยชน์จริงๆครับ ข้อมูลนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก Pantown ครับ

ตั้น
Emperor Arowana
จักรพรรดิปลามังกรทอง
www.emperorarowana.com

เลี้ยงปลาทองมาเลย์อย่างไรให้เกล็ดเปิดสูง

เลี้ยงปลาทองมาเลย์อย่างไรให้เกล็ดเปิดสูง

บทความนี้ไตร่ตรองอยู่นานว่าจะเขียนดีหรือไม่ อันนี้ต้องบอกเหมือนกับบทความเรื่องแนวทางเลี้ยงปลาแดงนะครับว่า…คงไม่สามารถทำให้ปลาทองมาเลย์เปิดได้สะใจระดับเดียวกันทุก ๆ ตัว แต่ค่อนข้างมั่นใจครับว่าทำให้เกล็ดเปิดเร็วกว่าวิธีการเลี้ยงปกติแน่นอนครับ

แนวทางนี้จริง ๆ แล้วผมพูดได้เลยว่าปัจจุบันทุก ๆ ฟาร์มก็เลี้ยงปลาทองมาเลย์ในแนวทางนี้ทั้งนั้นครับ แล้วเอาตัวที่เปิดสูง ๆ มาขายในราคาที่แพงขึ้น

แต่….แนวทางนี้อาจจะไม่เหมาะกับผู้เลี้ยงที่มีปลาทองมาเลย์แค่ตัวเดียวนะครับ เพราะดูแล้วมันเป็นทุกข์ชอบกลในการเลี้ยง โดยส่วนตัวผมได้ลองนำปลาทองมาเลย์เกรดธรรมดาที่ไม่ได้เปิดสูงอะไรเลย คือเกล็ดเปิดแค่ 4 แถวเมื่อขนาด 8-9 นิ้ว หลังจากได้เลี้ยงในแนวทางนี้…ปรากฏว่าแค่ระยะเวลาไม่กี่เดือนเกล็ดแถวห้าก็เปิดกันหมดทั้ง 3 ตัว ในขณะที่หนึ่งในนั้น..เกล็ดแถวหกก็มีเปิดบางประปราย

เราลองมาดูกันดีกว่าว่าแนวทางเลี้ยงปลาทองมาเลย์ให้เปิดสูงนั้นทำอย่างไร

อันดับแรก ตู้ต้องเปิดด้วยสติ๊กเกอร์ขาว 3 ด้าน (ข้าง-หลัง-ข้าง) ส่วนก้นตู้นั้นเราวางบนโฟมซึ่งเป็นพื้นขาวอยู่แล้วไม่มีปัญหา ในส่วนด้านหน้านั้นใช้ฟิวเจอร์บอร์ดปิดแทน เผื่อเราจะได้เปิดดูปลาบางเวลาให้อาหาร เป็นต้น

อันดับสอง ต้องพยายามควบคุมไม่ให้อุณหภูมิสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส

อันดับสาม ระยะเวลาเปลี่ยนถ่ายน้ำก็ 1 อาทิตย์ต่อครั้งที่ 30%

อันดับสุดท้าย พยายามให้ปลาทองมาเลย์โดนไฟน้อยที่สุด นั้นคือไม่เปิดไฟในตู้เลย

เท่าที่มองรวม ๆ จะเห็นว่าเป็นการเลี้ยงปลาแบบที่เราไม่ได้เห็นปลาว่ายไปมาเลย ตรงนี้แหละทำให้ดูเหมือนว่าดูแล้วมันเป็นทุกข์ชอบกล เพราะจริง ๆ แล้วถ้าเราเลี้ยงปลาตามปกตินั้น อย่างไงเมื่อปลามีอายุมากขึ้น ปลาก็จะเปิดสูงขึ้นเองอยู่แล้ว

อีกอย่างก็คือ…ปลาจะสีซีดมากกก ดูขาวโพลนไปทั้งตัว บางคนก็ว่าสวยดี บางคนบอกว่ารับไม่ได้เพราะปลาดูจืดมากกก

โดยฟาร์มแนะนำว่าเราควรเลี้ยงปลาทองมาเลย์ด้วยวิธีนี้สัก 1-2 ปีแรก แต่โดยส่วนตัววมองว่า…ก็แล้วแต่ผู้เลี้ยงแหละครับ แค่ไหนแค่นั้นครับ

หลังจากที่เราพอใจในตัวปลาที่เกล็ดเปิดสูงขึ้นแล้ว แค่เราย้ายปลาไปเลี้ยงในตู้ดำ หรือใส แล้วเปิดไฟเลี้ยงปลาตามปกติ ไม่นานครับ..แค่ 2-4 สัปดาห์ปลาทองมาเลย์เราก็จะปรับสีตัวเหมือนปกติครับ ไม่ได้ขาวซีดตลอดไป

ถ้าจะสรุปคร่าว ๆ ก็คือ ตู้ขาวปิดหมด ไร้ไฟไร้แสง ควบคุมอุณหภูมิ และเปลี่ยนถ่ายน้ำสม่าเสมอ

เพื่อน ๆ ลองไตร่ตรองดูก่อนนำไปใช้นะครับว่าสมควรไหมถ้าจะนำมาปรับเลี้ยงกับปลาทองมาเลย์ของเรา ยิ่งถ้าเรามีปลาตัวเดียว แต่ต้องปิดตู้เอาไว้ ดูก็ไม่ได้ดู จะเปิดดูปลาทีก็ปลาซีด ๆ ชอบกล ทั้งหมดก็แลกกับการที่ปลาทองมาเลย์มีเกล็ดเปิดสูงและเร็วขึ้น…ลองไตร่ตรองดูครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก Pantown ครับ

ตั้น
Emperor Arowana
จักรพรรดิปลามังกรทอง
www.emperorarowana.com

เคล็ดลับการเลี้ยง”ปลามังกร”ให้โตเร็ว

สวัสดีครับ
วันนี้ไปเจอเรื่องราวดีๆครับ เลยเอามาแบ่งปันกันนะครับ

เคล็ดลับการเลี้ยง”ปลามังกร”ให้โตเร็ว

ปลามังกรจัดเป็นปลาที่มีราคาแพงทั้งในประเทศแลละต่างประเทศ ซึ่งถ้าได้เกณฑ์มาตรฐานแล้วราคาอาจสูงถึงหลักล้านเลยทีเดียว ผู้เลี้ยงปลามังกรหลายท่านเชื่อว่า ถ้าเลี้ยงแล้วจะมีโชคลาภ จึงทำให้ความนิยมในการเลี้ยงปลามังกรไม่เคยตกลงเลย มีผู้เลี้ยงบางท่านยอมลงทุนอย่างมากเพื่อที่จะได้ปลาชนิดนี้มาเลี้ยงโดยไม่ ต้องคอยลุ้นว่าเมื่อไหร่ปลามังกรตัวโตๆจะมีเกล็ดมันวาว แต่สำหรับบางท่านที่ต้องการเห็นตั้งแต่ตัวเล็กๆจนปลามังกรค่อยๆโตขึ้น เราก็มีเคล็ดลับง่ายๆในการเลี้ยงให้ปลามังกรโตเร็วและมีสุขภาพที่แข็งแรง ด้วยวิธีง่ายๆและมีปัจจัยหลักๆดังนี้

อาหาร สารอาหารที่มีผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของปลามังกร คือ โปรตีน และแคลเซียม สารอาหารเหล่านี้เราหาได้จาก ปลา นั่นเอง ดังนั้นการให้ลูกปลาเป็นอาหารจะให้ผลดีที่สุด แต่ก็ควรสลับกับอาหารชนิดอื่นๆบ้าง เช่น เนื้อสัตว์ อาหารชนิดนี้ควรล้างและลวกซะก่อน เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อบางชนิด บางท่านให้กินแมลงสาบเป็นอาหาร ซึ่งวิธีนี้ควรทบทวนให้ดี เพราะแมลงสาบเป็นพาหะอย่างหนึ่งที่จะนำเชื้อโรคเข้าสู่ตัวปลา  ส่วนการให้ปลากินอาหารนั้น ควรให้ในปริมาณน้อยๆแต่ให้ถี่ๆ แต่คงจะยากสำหรับคนที่ไม่มีเวลามากพอที่จะนั่งเฝ้าดูปลากินอาหารทั้งวัน ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ขอแนะนำให้ฝึกปลากินอาหารให้เป็นเวลาจะดีที่สุด

อากาศ เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ปลาแข็งแรงสมบูรณ์ และทำให้ปลากินอาหารได้มากขึ้น ดังนั้นควรเปิดแอร์ปั๊มในตู้อยู่ตลอดเวลา

น้ำ น้ำที่ดีที่สุดควรเป็นน้ำประปาที่ผ่านการกรองมาแล้วไม่ต่ำกว่า 24 ชม. pH ควรอยู่ที่ 6.5-6.8 ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำ 20-30% ของน้ำในตู้ทุกๆเดือน จะทำให้ปลารู้สึกสดชื่นกระตือรือร้นทันที

อุณหภูมิ ไม่ควรปล่อยให้ต่ำเกินไป เพราะจะทำให้ปลากินอาหารได้น้อย ควรรักษาอุณหภูมิในตู้ให้คงที่

สภาพแวดล้อม จัดสภาพแวดล้อมให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด จะทำให้ปลาไม่ตื่นกลัว และสามารถกินอาหารได้มากขึ้น

โรคภัย โรคปลาจะเกิดขึ้นได้ ถ้าหากผู้เลี้ยงละเลยปัจจัยทั้ง 5 ที่กล่าวมา และการสังเกตปลาเป็นโรคเบื้องต้น ให้สังเกตการกินอาหาร และการว่ายน้ำ ถ้ามีอาการช้าลงแสดงว่าปลาเริ่มเป็นโรคแล้ว ควรหาวิธีแก้ไขให้เร็วที่สุด
เพียงแค่ท่านปฏิบัติตามขั้นตอนที่กล่าวมานี้ ท่านก็จะได้เห็นปลามังกรที่โตเร็วและแข็งแรงเป็นผลตอบแทน
ขอบคุณข้อมูลจาก Fish Zone ฉบับที่ 45

ตั้น
Emperor Arowana
จักรพรรดิปลามังกรทอง
www.emperorarowana.com

3 สิ่ง เลี้ยงปลาให้ประสบความสำเร็จ

สวัสดีครับ

ปลามังกรสายพันธ์เอเชีย หรือ ปลาอโรวาน่าเรียกได้ว่าเป็นราชาแห่งปลาสวยงาม ที่ได้รับความนิยมและยอมรับจากนักเลี้ยงปลาสวยงามทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการว่ายน้ำที่มีท่วงท่าที่สง่างามมีพลังดุจมังกรร่อน เกล็ดที่มีสีดั่งทองคำบริสุทธิ์ในสายพันธ์ปลาสีทอง แดงดั่งเลือดนกในสายพันธ์ปลาแดง และหากจะกล่าวว่าเหมือนดั่งทองคำที่ลอยอยู่ในน้ำก็ไม่ผิดเพี้ยนอีกทั้งพี่น้องเชื้อสายจีนที่มีความเชื่อในปลาชนิดนี้ หากบ้าน/ที่ทำงานใด ได้เลี้ยงไว้ในบ้าน ณ.บริเวณที่ถูกต้อง มีการเลี้ยงดูที่เหมาะสมแล้ว จะสามารถดลบันดาลให้ผู้เลี้ยงและครอบครัวมีความสุขความเจริญในหน้าที่การงานยิ่งๆขึ้น กลับกันหากเลี้ยงดูไม่ถูกวิธีไม่ได้รับการเอาใจใส่เท่าที่ควรแล้วก็อาจทำให้พาลพบกับความยุ่งยาก หรือความวุ่นวายในการดำเนินชีวิตได้ปลามังกรจึงนับได้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่เป็นมงคลต่อผู้เลี้ยงทั่วไปครับ ดังนั้นการที่เราผู้เลี้ยงปลาสวยงามจะได้เลี้ยงปลามังกร หรือปลาสวยงามชนิดอื่นใดแล้ว ควรที่จะศึกษาหาความรู้ในการเลี้ยงปลาชนิดนั้นๆอย่างถ่องแท้ เข้าใจถึงธรรมชาติของปลา จะทำให้เรามีความสุขในการเลี้ยงปลาครับ

ปลามังกร (Arowana)เป็นปลาที่มีความแข็งแรงพอสมควรครับ ไม่ค่อยจะเจ็บป่วยง่ายเหมือนกับปลาชนิดอื่นๆ หากเลี้ยงอย่างถูกวิธี น้ำที่เหมาะสมอยู่ช่วง 6.5-7.5 ครับ อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ในช่วง 27-29 องศาเซลเซียส สามารถทนต่อแอมโมเนีย ไนไตร์ท และ ไนเตรท ได้ในระดับหนึ่ง ด้วยปลาชนิดนี้เป็นปลากินเนื้อล่าเหยื่อในธรรมชาติอาหารหลักของเขาหนีไม่พ้นจำพวกสัตว์น้ำ แมลง ที่มีขนาดเล็ก โดยเราสามารถปรับปลาบางตัวให้ปลากินอาหารที่ตายแล้วได้ แต่ปลาบางตัวนั้นไม่ยอมรับอาหารที่ตายแล้ว จะกินเฉพาะที่ยังมีชีวิตเท่านั้น ส่วนอาหารเม็ดนั้นมักไม่ค่อยกิน หรือกินได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งไม่ได้ผลเท่าใดนัก เพราะหากตัดสินใจเลี้ยงปลาชนิดนี้ต้องเข้าใจถึงธรรมชาติของเขาครับ

ปลาสวยงามที่เราเลี้ยงไว้นั้น มันสื่อสารกับเราไม่ได้ครับ ไม่ว่าเราจะใส่อะไรลงไป ปลาจะได้ผลกระทบอย่างแน่นอน เราเองก็ไม่รู้ว่าใส่ไปแล้วมันชอบหรือไม่ ดีหรือไม่ ปลาบอกเราไม่ได้ ครับเพราะฉะนั้นเมื่อเราต้องใส่อะไรลงไปไม่ว่าจะเป็น อาหาร ยา อาหารเสริมวิตามินต่างๆ นั้น ต้องแน่ใจว่าสิ่งนั้นไม่ทำอันตรายกับตัวปลา และให้ประโยชน์กับตัวปลาเท่านั้นครับ ไม่แน่ใจอย่าใส่อย่าเดาครับเพราะนั่นหมายถึงชีวิตปลาทีเดียว หลายคนเสียปลาไปเพราะเรื่องนี้ ก่อนใส่ควรปรึกษาผู้รู้เรื่องอย่างดีนะครับ จะได้ไม่เสียใจภายหลังส่วนตัวผมแล้วการเลี้ยงปลาที่ประสบความสำเร็จได้ต้องมี 3 อย่างครับ ผมมักที่จะให้ความสำคัญกับตัวแปร 3 ตัวคือ

1.น้ำ ต้องเป็นน้ำที่ได้คุณภาพเบื้องต้นที่ดีครับ ที่ดีหมายความว่า ควรเป็นน้ำที่ผ่านการกรอง,มีการพักน้ำการบำบัดคลอรีนแล้ว เป็นน้ำที่เหมาะกับปลาชนิดนั้นๆ ถ้าน้ำไม่ดี ส่วนที่เหลือก็ไม่สามารถทำให้ระบบทำงานหรือการเลี้ยงดีได้ครับ และแย่ที่สุดก็อาจทำให้เราเสียปลาไปได้ในระยะเวลารวดเร็วครับ อย่าเสี่ยงเพราะคิดว่าน้ำมีคลอรีนนิดหน่อยคงไม่เป็นไร และหากไม่จำเป็นแล้ว ไม่แนะนำให้ใช้น้ำยาปรับสภาพน้ำ หรือน้ำยาลดคลอรีนนะครับ เพราะบางกรณีไม่มีความจำเป็น และ เสียเงินเปล่าประโยชน์ครับ น้ำนับเป็นส่วนที่ผมให้ความสำคัญที่สุดในระบบครับ

2.อุณหภูมิ ปลาที่แข็งแรงกินดีนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ส่วนหนึ่งจะอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมและคงที่ อุณหภูมิที่เหมาะสมกับปลาสายพันธ์นั้นๆ เราต้องศึกษาครับว่าปลาชอบน้ำเย็น น้ำอุ่น อย่างใด คำว่าอุณหภูมิคงที่หมายถึงเราสามารถควบคุมอุณหภูมิไม่ให้เปลี่ยนแปลงมากในแต่ละวัน เช่น เช้า 25 องศาเซนเซียส บ่าย 26 เย็น 27 อย่างนี้พอรับได้ครับ แต่ถ้าเช้า 25 บ่าย 30 เย็นกลับมา 25 อีก อย่างนี้ปลาเครียด อาจได้ของแถมเป็นอาการป่วยอย่างแน่นอน ยิ่งถ้าหากระบบเล็ก ตู้ปลาเล็กแล้ว โอกาสที่อุณหภูมิจะแก่วงนั้นยิ่งมีมาก ตรงนี้จำเป็นครับที่เราต้องมีระบบช่วย มีฮีตเตอร์ควบคุม

3.ระบบกรอง นึกภาพว่าเพื่อนๆอยู่ในห้องแคบต้องกินและขับถ่ายออกมา หากไม่มีระบบกำจัดของเสีย ไม่มีระบบย่อยของเสียแล้ว ไม่นานสิ่งที่ขับถ่ายจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนเต็มห้อง สุดท้ายก็ทำให้ไม่สบาย เจ็บป่วยได้ ย้อนมาดูตู้ปลา หากไม่มีระบบกรองที่ดี วัสดุกรองที่มีประสิทธิภาพ ระบบที่เพียงพอต่อการบำบัดน้ำในตู้อย่างเหมาะสมกับจำนวนและ ชนิดของปลาแล้ว ก็อาจทำให้ปลาของท่านไม่สดชื่น มีอาการเครียดและป่วยบ่อยดังนั้นผมมีความเชื่อว่าถ้าหากเรามีวินัยในการเลี้ยงดู การดูแลเรื่องน้ำ อุณหภูมิ ระบบกรอง ที่ดีแล้วปลาที่เราเลี้ยงก็จะมีความสุข ไม่เครียด และป่วยน้อยลงครับ สำหรับบทความข้างต้นนั้นเป็นประสบการณ์การเลี้ยงของผมเองครับ อาศัยว่าเลี้ยงก่อนรู้ก่อน เลี้ยงทีหลังรู้ทีหลัง แน่นอนว่าย่อมมีคนเลี้ยงก่อนผมรู้มากกว่าผมครับ ดังนั้นขอให้คิดว่าเป็นคำแนะนำจากผู้เลี้ยงปลาสวยงามด้วยกันนะครับขอให้มีความสุขในการเลี้ยงปลาครับ

ขอบคุณบทความจากคุณ E20ngx

ตั้น
Emperor Arowana
จักรพรรดิปลามังกรทอง
www.emperorarowana.com

สวัสดีครับ

หลังจากสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้ลงข้อมูลเชิงวิชาการเกี่ยวกับปลาอโรวาน่าไป
ได้มีผู้เลี้ยงหลายท่านได้เข้ามาอ่านและสอบถามมากับผมบ้าง
ซึ่งผมก็อธิบายได้บ้างไม่ได้บ้าง เนื่องจากว่ามันเป็นข้อมูลเชิงวิชาการจริงๆ
อันนี้ต้องขออภัยเพื่อนๆผู้เลี้ยงปลาอโรวาน่าด้วยนะครับ

สัปดาห์นี้ ผมจึงลงข้อมูลเกี่ยวกับโรคที่จะเกิดขึ้นได้กับปลาอโรวาน่าที่รักของพวกเรานะครับ
ข้อมูลนี้ ผมค่อนข้างมั่นใจว่า ถ้าผู้เลี้ยงปลาอโรวาน่าสนใจหรือสงสัยอันใด
ผมสามารถให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำที่ดีได้อย่างแน่นอนครับ

สารพัดโรคภัยเบียดเบียนปลามังกร

ไม่ว่าเราจะใส่ใจดูแลปลามังกรตัวโปรดอย่างดีเพียงใด ก็ยังมีโอกาสที่ปลาอะโรวาน่าจะต้องประสบกับโรคภัยไข้เจ็บ โรคใดโรคหนึ่งในสารพัดโรคต่อไปนี้ ซึ่งสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นเลี้ยงปลาอะโรวาน่า บทความต่อไปนี้ ศึกษาไว้ไม่เสียประโยชน์แน่นอน

โรคเหงือก เป็นหนึ่งในโรคยอดฮิตที่ชอบเกิดกับปลาอะโรวาน่า ผู้เลี้ยงปลาอะโรวาน่าที่มีประสบการณ์ไม่มากพอจะมีโอกาสพบเจอกับโรคเหงือกมากกว่า 80% สาเหตุของโรคเหงือมีที่มาไม่แน่นอน แต่ส่วนมากจะมาจากคุณภาพน้ำไม่ดี ค่า pH สูงหรือต่ำเกินไป ตู้ปลาขาดการดูแล ของเสียเยอะ ไม่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำ ออกซิเจนภายในตู้ไม่เพียงพอ และอุณหภูมิน้ำสูงหรือต่ำเกินไป โรคนี้ถ้าเกิดขึ้นแล้วรักษาให้หายยากอีกด้วย ถ้าเป็นระยะแรกๆ ก็พอแก้ไขได้ แต่หากเป็นหนัก ๆ บางกรณีอาจต้องถึงกับทำศัลยกรรม หรือยิ่งไปกว่านั้นก็ไม่สามารถรักษาได้ เป็นรอยตำหนิตลอดไป ซึ่งโรคเหลือที่ว่านี้มี 4 แบบ คือ เหงือกอ้า (หรือเหงือกบาน) เหงือกหุบ เหงือกพับ และเหงือกบุ๋ม

โรคตาตก เกิดจากมีไขมันในเบ้าตาเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ดันลูกตาตกลงมา สาเหตุหลัก ๆ ที่พอสันนิษฐานได้ของโรคนี้ คือ 1. การให้อาหารประเภทไขมันมากเกินไป 2. การให้เหยื่อประเภท “กุ้งฝอย” สาเหตุนี้เกิดตรงที่เวลาปลามองหากุ้งก็จะมองที่บริเวณพื้นตู้ สอดส่วยไปมาทั่วตู้ นานเข้าก็ทำให้เกิดอาการตาตกได้ 3. ส่วนสาเหตุสุดท้ายก็คือ จากกรรมพันธุ์ ปลามังกรที่ตาตกจากกรรมพันธุ์ มักมีอาการตั้งแต่เล็กคือ 6 นิ้วก็เห็นอาการแล้ว

โรคเกล็ดพอง โรคนี้ส่วนมากเป็นในปลาเล็กขนาดไม่เกิน 8 นิ้ว โดยมีสาเหตุหลัก ๆ มาจากน้ำสกปรก มีค่าของเสียมาก และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลัน ลักษณะอาการก็คือ “เกล็ดจะเปิดอ้าออก” โรคนี้ถือเป็นโรคอันตรายที่อาจทำให้ปลามีโอกาสตายสูง

โรคแผลอักเสบ โดยปกติแล้วแผลอักเสบมักจะเป็นที่บริเวณใต้เกล็ดปลา โดยสังเกตได้จากจะมีรอยจ้ำเลือดแดง ๆ หรือมีสีน้ำตาลคล้ำ อาการส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อในซอกเกล็ดปลา

โรคหนวดปลาหมึก โรคนี้แม้จะไม่อันตรายนัก แต่ก็ถือได้ว่าเป็นโรคยอดฮิตติดอันดับ โดยมีลักษณะคือ ที่หนวดของปลาจะหงิกงอและมีตุ่มขึ้น ซึ่งดูโดยรวมแล้วเหมือน “หนวดปลาหมึก” สาเหตุสำคัญของโรคนี้ก็คือ ตู้สกปรกมีคราบเปื้อนมาก ปลามี่มีนิสัยชอบเล่นหน้าตู้โดยใช้ปากถูกไถกับตู้เป็นประจำ ประกอบกับตู้สกปรก จึงทำให้เกิดการติดเชื้อจนมีอาการดังกล่าวด้วย

โรคเกล็ดกร่อน โรคนี้มีสาเหตุมารจากในน้ำมีเชื้อโรค และเชื้อดังกล่าวจะค่อย ๆ ไปกัดกินเกล็ด ทำให้เกล็ดปลาดูเหมือนบิ่น แตกหัก หรือเสียรูปไป โรคนี้แม้ไม่ได้ทำอันตรายกับตัวปลาโดยตรง แต่ถ้าหากปล่อยไว้นานเข้า เกล็ดก็จะถูกกัดกร่อนลงไปเรื่อย ๆ

โรคเชื้อรา เป็นโรคยอดฮิตอีกโรคหนึ่ง ถือว่าเป็นกันบ่อย และจะแสดงออกโดยมี “รอยด่าง” หรือ “เปื่อย” ตามจุดต่าง ๆ เชื้อราแม้อาจไม่รุนแรงทำให้ปลาถึงตาย แต่ก็ส้างความรำคาญให้ปลาไม่น้อย ถ้าเป็นหนักเข้า อาจมีโรคแทรกซ้อนเข้ามาติดเชื้อแล้วลุกลามเข้าไปใหญ่ จนท้ายสุดก็อาจถึงตายได้

โรคตาขุ่น โรคตาขุ่นมาจาก 2 สาเหตุสำคัญคือ ติดเชื้อจากกรณีตาบาดเจ็บ (อาจจากรอยขีดข่วนหรือถูไถกับอุปกรณ์บางอย่างภายในตู้) และน้ำสกปรกเกินไป มีคราบของเสียภายในตู้เป็นจำนวนมาก ปริมาณออกซิเจนในตู้มีน้อยเกินไปก็เป็นอีกสาเหตุเช่นกัน โรคตาขุ่นจะมีลักษณะแก้วตาเป็นสีขาวขุ่น ๆ ไม่เห็นลูกตาดำ

โรคริดสีดวง ลักษณะของโรคนี้ก็คือจะมี “ติ่งสีชมพูอมแดง” ยื่นออกมาจากช่องทวาร ทำให้การขับถ่ายของปลาเป็นไปอย่างลำบาก สาเหตุของริดสีดวงเกิดจากระบบขับถ่ายของตัวปลาไม่ดี และเมื่อกินอาหารชิ้นใหญ่หรือประเภทย่อยยากไปมาก ๆ ก็ทำให้ระบบขับถ่ายมีปัญหา ผลจึงเกิดเป็นติ่งริดสีดวง

โรคจุดขาว โรคนี้เป็นโรคที่คนเลี้ยงปลาสวยงามคุ้นเคยกันดี สำหรับสาเหตุของโรคนี้ในปลาอะโรวาน่านั้น มักมาจากเพื่อนร่วมตู้หรือปลาเหยื่อ อาการของโรคจุดขาวจะมีลักษณะเป็นจุดขาว ๆ ขึ้นตามเกล็ดและครีบส่นต่าง ๆ ถ้าหากปลาของเราเริ่มที่จะมีอาการนี้ ให้แยกปลาอื่นที่น่าสงสัยออกไป แล้วทำการรักษาทั้งอะโรวาน่า และปลาเหยื่อเพื่อนร่วมตู้

ทั้ง 10 โรคที่ยกมา ล้วนเป็นโรครที่นิยมเกิดกับปลาอะโรวาน่า ซึ่งหากพิจารณาถึงปัจจัยของการเกิดโรคทุกโรคนั้น ผู้เลี้ยงดูจะเป็นปัจจัยแห่งการเกิดโรคภัยต่าง ๆ ขึ้นกับปลากมาที่สุด โดยสาเหตุสำคัญเกิดจากการขาดความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยง ขาดการดูแลเอาใจใส่ ส่วนสาเหตุจากตัวปลามีน้อยมาก ดังนั้น หากผู้เลี้ยงให้ความสำคัญในการเลี้ยงดู โอกาสที่ปลาอะโรวาน่าตัวโปรดจะเกิดโรคภัยมาบั่นทอนให้ชีวิตสั้นลงนั้นก็จะเกิดขึ้นได้ยาก

ขอบคุณข้อมูลจากโลกสัตว์เลี้ยงครับ

ตั้น
Emperor Arowana
จักรพรรดิปลามังกรทอง
www.emperorarowana.com

แนวทางการจำแนก เอเชียอโรวาน่า เิชิงวิชาการ

สวัสดีครับ

หลังจากสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้ลงข้อมูลเกี่ยวกับ ปลาอโรวาน่า เชิงวิชาการ ไปแล้ว
มีผู้เลี้ยงหลายท่านได้เข้ามาอ่าน
สัปดาห์นี้จึงคิดว่า อยากจะลงข้อมูลเชิงวิชาการอีกซักหน่อยนะครับ

ข้อมูล แนวทางการจำแนก เอเซียอโรวาน่า เชิงวิชาการนี้
ได้มาจาก คุณจิรขัย ในเว็บบอร์ดของ pantown ครับ
ผมคิดน่าจะมีประโยชน์พอสมควร
กับทั้งผู้เลี้ยงปลาอโรวาน่ามานานแล้วหรือว่าผู้ที่เพิ่งจะเริ่มต้นเลี้ยงปลามังกรครับ
ยังไงลองศึกษาดูนะครับ

เริ่มแรก ผมคงจะต้องขอชี้แจงว่า รายงานการบรรยายนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์นำไปสู่การขัดแย้ง
เพียงต้องการสื่อให้ทราบว่า ณ.ปัจจุบันกลุ่มปลาชนิดนี้มีการจำแนกออกมาจากเดิมคือจาก Scleropages formosus (Müller & Schlegel 1844) ที่ใช้เรียกรวม อะโรวาน่าทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด จำแนกเพิ่มออกมาอีก ชนิด และผลจากการจำแนกนี้เป็นที่ยอมรับกันทางสากล รายงานการบรรยายนี้หลายท่านคงมีการดาวน์โหลดไว้แล้ว
ในส่วนนี้ผมจึงขอนำมาเขียนให้กับผู้ชมที่ไม่มีเวลามานั่งแปล หรือ ไม่ทราบรายละเอียดในโครงสร้างของปลาบางอย่าง หากขาดตกบกพร่องประการใด ผมขอโทษไว้ ณ.ที่นี้ด้วยน่ะครับ.

จากรายงาน ณ.ปัจจุบัน เอเชียอะโรวาน่ามีการจำแนกออกเป็น ชนิดดังต่อไปนี้ครับ.
1) Scleropages formosus (Müller & Schlegel 1844) 
2) Scleropages aureus Pouyaud, Sudarto & Teugels 2003 
3) Scleropages macrocephalus Pouyaud, Sudarto & Teugels 2003 
4) Scleropages legendrei Pouyaud, Sudarto & Teugels 2003 

ในการจำแนกจากลักษณะภายนอกของปลาเอเชียอะโรวาน่า เท่าที่ดูจากในรายละเอียด ทางอาจารย์ผู้บรรยายจะพูดถึง ความยาวของกระดูกขากรรไกรบน(The upper jaw length.) จำนวนเกล็ดเส้นข้างลำตัว (lateral line scales.) ; จำนวนก้านครีบต่างๆ ( Rays.) หรือจะเทียบเป็น %ของความยาวส่วนต่างๆตามร่างกาย ต่อ ความยาวมาตรฐาน เช่น ความยาวมาตรฐาน หรือ ความยาวส่วนหัว เป็นต้น.

  • Scleropages formosus (Müller & Schlegel 1844) สะ- เคลอร์-โอ-พา-กีส ฟอร์-โม-ซัส 

ฟอร์โมซัส คำนี้มาจาก ฟอร์โมซา หากแปลความหมายจากภาษาโปรตุเกส แปลว่า สวยงาม หรือ Beautiful. แต่ถ้าใช้เป็นคำนาม ยิ่งนำมาเกี่ยวโยงกับปลาชนิดนี้ด้วยละก้อ สร้างความงุนงงครับ แต่มีความหมายนึง ที่น่าสนใจ คือ เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่อยู่นอกผืนดินของจีน ออกไปราว 100ไมล์ ในทะเลจีนใต้. จากแหล่งที่มา ทำให้พิจารณาได้ว่าต้องการที่จะสื่อถึงปลา อะโรวาน่าเขียว (Green Arowana.) หรือ Asian bonytongue. 

การกระจาย : พบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ ทางตอนใต้ของไทย , กัมพูชา , ทางใต้ของเวียตนาม , คาบสมุทรมาเลย์ และส่วนใหญ่ของลุ่มน้ำในสุมาตรา และ บอร์เนียว. ปลาชนิดนี้ ตัวผู้จะดูแลไข่ในปาก จนกว่าไข่แดงของลูกปลาจะหมดไปหลังจากการฟักเป็นตัวเสร็จสิ้นแล้ว จากรายงานระบุว่า ในฟารม์ การเพาะฟักครั้งนึงอาจจะให้ไข่ได้ในราว 50-150 ฟองทีเดียว.

ลักษณะภายนอก : มีจำนวนเกล็ดเส้นข้างลำตัว = 23-26 เกล็ด ; ครีบก้น = 25-28 ก้านครีบ ; ครีบหลัง =17-19 ก้านครีบ ; กระดูกขากรรไกรบนจะยาวมากคือ ยาวเกินขอบตาหลังไปมาก วัดได้ในราว 106.2-109.2% ของความยาวส่วนหัว. ; ,มีครีบหูที่ยาว.หากนำมาคำนวณ = 3 ของความยาวลำตัวมาตรฐาน ซึ่งยื่นยาวได้ถึงฐานครีบท้อง.

  • Scleropages aureus Pouyaud, Sudarto & Teugels 2003 สะ- เคลอร์-โอ-พา-กีส ออ-รี-อุส 

ออรีอุส Aureus : หมายถึง สีทอง (gold coloration.) ดังนั้น ทางอาจารย์ที่บรรยาย ต้องการที่จะสื่อถึง เรดเทลล์โกลด์เด้น อะโรวาน่า (Red Tail Golden Arowana ) หรือ อะโรวาน่าทองอินโดนีเซีย (Indonesian Golden.) 

การกระจาย : ปลาอะโรวาน่าชนิดนี้พบใน แม่น้ำ Siak และ แม่น้ำBatanghari ในสุมาตรา อินโดนีเซีย.

ลักษณะภายนอก : มีจำนวนเกล็ดเส้นข้างลำตัว = 24-26 เกล็ด ; ครีบก้น = 26-28 ก้านครีบ ; ครีบหลัง =15-20 ก้านครีบ ; กระดูกขากรรไกรบนสั้น คือ ยาวไม่ถึงขอบหลังของตา วัดได้ในราว 99.1-101.8% ของความยาวส่วนหัว. ; ,มีครีบหูที่ยาว.หากนำมาคำนวณ = 3 ของความยาวลำตัวมาตรฐาน ซึ่งยื่นยาวได้ถึงฐานครีบท้อง.

  • Scleropages macrocephalus Pouyaud, Sudarto & Teugels 2003 สะ- เคลอร์-โอ-พา-กีส แมค-โร-เซฟ-อา-ลัส. 

แมค-โร-เซฟ-อา-ลัส. Macrocephalus คำนี้คงต้องการจะสื่อถึง หัวที่กำยำแข็งแรง (robust head) หากในภาษาอังกฤษ คำว่า robust หมายถึง แข็งแรง จากความหมายทั้งหมด เป็นตัวแทนของอะโรวาน่าอินโดนีเซียอีกชนิด คือ ซิ ลเวอร์อินโดนีเซียอะโรวาน่า (Silver Indonesian Arowana) ; ปลาอะวาน่าที่พบใน Pinoh ก็จะเป็น ซิลเวอร์อินโดนีเซียอะโรวาน่า แต่เป็น หางเทา หรือ เกรย์เทลล์ (Grey-tailed variety.) ส่วน ซิลเวอร์ อินโดนีเซียอะโรวาน่า ที่พบใน Kuning Banjar จะเป็น หางเหลือง หรือ เยลโล่เทลล์ (Yellow-tailed variety.) 

การกระจาย : พบบริเวณบอร์เนียวกลาง ในแม่น้ำ Barito. และทางบอร์เนียวตะวันตก ในแม่น้ำ Melawi และแม่น้ำ Pinoh. ซึ่งทั้งสองแม่น้ำนี้เป็นสาขาย่อยของ แม่น้ำคา เพาวส์. ปลาอะโรวาน่าชนิดนี้พบได้ในน้ำไหลตั้งแต่ลำธาร ไปถึงแม่น้ำที่ขุ่นมัว ตัวผู้จะมีหน้าที่ดูแลและอมไข่ แต่ไข่ของปลาชนิดนี้ค่อนข้างจะใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.38 – 1.58 ซม.ทีเดียว.

ลักษณะภายนอก : มีจำนวนเกล็ดเส้นข้างลำตัว = 21-26 เกล็ด ; ครีบก้น = 24-27 ก้านครีบ ; ครีบหลัง =17-19 ก้านครีบ ; กระดูกขากรรไกรบนยาวถึงขอบหลังของตา วัดได้ในราว 106.3-108.9% ของความยาวส่วนหัว. ; ,มีครีบหูที่ยาว.หากนำมาคำนวณ = 3 ของความยาวลำตัวมาตรฐาน แต่ยาว ไม่ถึงฐานครีบท้อง.

  • Scleropages legendrei Pouyaud, Sudarto & Teugels 2003 สะ- เคลอร์-โอ-พา-กีส ลี-เจน-ดรีย์-อาย. 

ลี-เจน-ดรีย์-อาย. Legendrei เป็นชื่อชนิดที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับนักวิจัยอาวุโสชาวฝรั่งเศส ท่านอาจารย์ Marc Legendre .ปลาชนิดนี้เป็นที่รู้จักทั่วไปในชื่อ อะโรวาน่าอินโดนีเซียซุปเปอร์เรด , ชิลลี่เรด หรือ บลัด (Super Red , Chili or Blood Indonesian Arowana.) 

การกระจาย : อาศัยในน้ำที่มีสภาพเป็นกรด (Ph น้อยกว่า 5.5) หรือ แบล็ควอเธอร์ แถบทะเลสาปขนาดเล็กในป่าบริเวณขอบๆทะเลสาป Sentarum. ซึ่งอยู่ทางตอนบนๆซึ่งต่อเชื่อมกับแม่น้ำคาเพาวส์ ทางบอร์เนียวตะวันตก ประเทศอินโดนีเซีย.

ลักษณะภายนอก : มีจำนวนเกล็ดเส้นข้างลำตัว = 23-25 เกล็ด ; ครีบก้น = 25-27 ก้านครีบ ; ครีบหลัง =17-19 ก้านครีบ ; กระดูกขากรรไกรบนสั้นที่สุดในบรรดาทั้ง4ชนิด คือยาวถึงแค่กึ่งกลาง ของตา วัดได้ในราว 95.9-97.7% ของความยาวส่วนหัว. ; ความยาวของครีบหู หากนำมาคำนวณ = 3-3.5 ของความยาวลำตัวมาตรฐาน แต่ยาว ไม่ถึง ฐานครีบท้อง.

ถึงตรงนี้ หวังว่าเพื่อนๆผู้เลี้ยงจะได้ความรู้เพิ่มเติมกันไม่มากก็น้อยนะครับ

ตั้น
Emperor Arowana
จักรพรรดิปลามังกรทอง
www.emperorarowana.com