เรื่องกรองต้องรู้ — ระบบกรองชีวภาพในตู้ปลา

สวัสดีครับ

หลังจากที่ผมหาบทความเกี่ยวกับปลาอโรวาน่าีที่คิดว่ามีประโยชน์ ผมเพิ่งมาเอ๊ะใจตอนเปลี่ยนน้ำตู้ปลาเหมือนกันครับ จริงๆแล้วยังมีเรื่องของระบบกรองที่จำเป็นสำหรับปลาอโรวาน่าของพวกเราด้วยเหมือนกัน จึงไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมาให้เพื่อนผู้เลี้ยงปลาอโรวาน่า นะครับ อาจจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ

เรื่องระบบกรองชีวภาพนั้น…แหมฟังดูแล้ว”วิชาก๊าร วิชาการ” แค่ได้ยินแค่นี้ก็ไม่อยากจะอ่านต่อแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เลี้ยงปลาทุกคนสมควรทำความเข้าใจจริง ๆ เรียกว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นเป็นอย่างมากครับ

เรื่องระบบกรองชีวภาพนั้น…แหมฟังดูแล้ว”วิชาก๊าร วิชาการ” แค่ได้ยินแค่นี้ก็ไม่อยากจะอ่านต่อแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เลี้ยงปลาทุกคนสมควรทำความเข้าใจจริง ๆ เรียกว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นเป็นอย่างมากครับ

ผู้เลี้ยงปลาบางคนอาจจะเข้าใจว่าที่เราใส่หัวทรายเพราะปลาต้องการอ๊อกซิเจน และเข้าใจว่าของเสียของปลา(ก็ขี้ปลานั่นแหละ)ก็เป็นเหมือนเศษฝุ่นเศษผงที่ตกเข้าไปในตู้ปลา โดยไม่ได้ทราบเลยว่า “ของเสียจากปลานั้นทำให้น้ำเป็นพิษได้”

และการกำจัดสารพิษตรงนั้นก็เป็นหน้าที่ของระบบกรองชีวภาพครับ ด้วยเหตุนี้ตู้ปลาทุกใบจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีระบบกรองชีวภาพนอกเหนือจากระบบกรองทางกลภาพที่มีหน้าที่กำจัดเศษฝุ่นผงในน้ำ

เราลองมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบกรองทางชีวภาพกันดูเสียหน่อยนะครับ

คือเพื่อน ๆ คงพอจะเคยเห็นปลากินอาหารใช่ไหมครับ แต่เพื่อน ๆ ทราบไหมครับว่า ปลากินอาหารแล้วก็ต้อง”ขี้”ด้วย ขี้นี่แหละครับที่เป็นจุดเริ่มต้นของของเสียในตู้ปลา แล้วการที่เราดูดขี้ปลาไปทิ้ง หรือเก็บไว้ที่ใยแก้ว..นั้นไม่ได้หมายความว่าน้ำในตู้ปลาสะอาดเหมาะสมสำหรับปลาแล้วนะครับ ต่อให้เพื่อน ๆ ดูดขี้ออกจากตู้ปลา(ไม่ได้ให้ดูดลงคอไปเด้อ…) แต่น้ำก็ยังเสียอยู่ดีแหละครับ ยังไงก็ต้องมีระบบกรองครับ

ที่ไหนมี”ขี้”ที่นั้นก็จะเกิดแอมโมเนีย(NH4)– (บ่ใช้แอมเสาวลักษณ์เด้อ) น้องแอมฯเนี้ยถือว่าเป็นสารตัวแรกที่เกิดจากขี้ปลาครับ แล้วก็อันตรายต่อปลาเรามากกกกกครับ เจอขึ้นสูงไม่มาก…เจ้าปลาเราก็ไปหาพี่ยมแล้วครับ เพื่อให้เพื่อน ๆ จำให้ง่าย ๆ ให้มองว่าเพื่อน ๆ แต่งงานกันน้องปลา เพื่อมีนางเอกก็ต้องมีตัวร้าย งานนี้ก็”น้องแอมฯ”แหละครับ ซึ่งอย่างไงก็ตามน้องปลาก็แพ้ทางน้องแอมฯครับ น้องปลาแกต้องหนีเพื่อน ๆ ไปหาพี่ยมแน่ ๆ ครับ (น้องแอมฯนี้ร้ายมากกกเลยนะครับ ถือว่าร้ายที่สุดของนิยายเรื่องนี้ครับ)

แล้วทำไงหละทีนี้

ณ ตรงนั้น จะมีแบคทีเรียชนิดหนึ่งชื่อ Nitrosomonas(บ่ต้องจำชื่อหรอกครับ เอาแค่เข้าใจว่ามีแบคทีเรียฝ่ายธรรมะเกิดขี้นเป็นพอครับ) ซึ่งเจ้านี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติครับ เรียกกว่าที่ไหนมีแอมโมเนีย..เจ้าแบคทีเรียชนิดนี้ก็จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ต้องไปเสียเงินหาซื้อมานะครับ มันมาเองครับ อย่างที่รู้ ๆ กันแหละครับ หนังน้ำเน่าเมืองไทย..ที่ไหนมีนางร้าย ที่นั่นก็มีผู้ช่วยนางเอกอยู่แล้ว

เจ้าแบคทีเรียชนิดนี้จะกินแอมโมเนียครับ เจ๋งไหมครับ ซึ่งขั้นตอนนี้เจ้าแบคทีเรียต้องใช้อ๊อกซิเจนด้วยนะครับ แต่สารที่เกิดจากขั้นตอนนี้ซึ่งก็คือ”ไนไตรท์”(NO2)ก็ยังมีพิษต่อปลาของเราอยู่ดีแหละครับ แม้เจ้านี้จะไม่ร้ายเท่าน้องแอม แต่ก็อันตรายต่อน้องปลาของเรานะครับ ไนไตร์ทปริมาณไม่มากในตู้ปลาสามารถฆ่าปลาเราได้นะครับ ทำเป็นเล่นไป

อยุธยาไม่เคยยากไร้คนดีฉันใด ตู้ปลาเราก็ยังไม่หมดหนทางฉันนั้น

ผู้ช่วยนางเอกอีกคนก็ปรากฏตัวขึ้น (แบบนิยายน้ำเน่าเลยครับ ^_^ )

ณ จุดนั้น ก็จะมีแบคทีเรียอีกประเภทเรียกว่า Nitrobacter ซึ่งก็เช่นกันครับ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติไม่ต้องไปหาซื้อหรอกครับ เจ้านี้จะกัดกินไนไตร์ทครับ (ใช้อ๊อกซิเจนอีกเช่นกัน) แต่ก็จะได้”ไนเตรท”ในขั้นตอนนี้ “ไนเตรท”(NO3)เป็นสารที่เป็นพิษต่อปลาเราเช่นกัน แต่…โทษทีครับปลาเราสามารถทนต่อไนเตรทในปริมาณมากกว่าเจ้าแอมโมเนียหรือไนไตร์ทเป็นร้อยเท่าครับ

แล้ววิธีกำจัดเจ้าไนเตรทก็คือการเลี้ยงต้นไม้น้ำ เพราะต้นไม้น้ำจะใช้ไนเตรทเป็นอาหารในการเจริญเติบโตครับ แต่ในแง่ความเป็นจริงแล้ว ต่อให้มีไม้น้ำเต็มตู้ก็กินไนเตรทไม่ทันหรอกนะครับ ดังนั้นวิธีที่ง่ายกว่านั้นคือการถ่ายน้ำอย่างสม่ำเสมอครับ คำว่าสม่ำเสมอไม่ได้หมายความว่า วันเว้นวัน อาทิตย์ละครั้ง อาทิตย์ละสองครั้งนะครับ

แม้มาตราฐานพิมพ์นิยมจะบอกว่าอาทิตย์ละครั้งที่ 30% นั่นเพราะคุณฝรั่งเมืองนอก เวลาเค้าจะเลี้ยงปลา เค้าจะศึกษาข้อมูลอย่างดีครับว่าตู้ขนาดที่เค้าเป็นเจ้าของนั้นเลี้ยงปลาอะไรได้บ้าง เลี้ยงได้แค่ไหน ไม่ใช่แบบพี่ไทยครับ ทำตามใจได้คือไทยแท้ บางคนก็เลี้ยงแออัดโครต ๆ แบบหลาย ๆ คนที่อยู่ดี ๆ ก็หาซื้อปลาทอง ฯลฯ มาเท ๆ ใส่ตู้ หรือไม่ก็แบบคนรักอะโรฯ บ้านตัวเราก็แทบจะไม่มีรูอยู่ ดันซื้อตู้ใหญ่ ๆ มาใส่อะโรฯตัวเดียว

เลี้ยงปลาแออัดก็ถ่ายน้ำถี่หน่อย เลี้ยงปลาหลวม ๆ ก็นาน ๆ ทีได้– งานนี้ต้องดูนิสัยปลาด้วย ปลาบางตัวชอบน้ำใหม่ ถ่ายน้ำบ่อย ๆ ก็ดีเช่นปลาปอม ปลาทอง แต่ปลาบางตัวชอบน้ำเก่า ก็ต้องพยายามรักษาสภาพน้ำให้ดีแต่ยืดเวลาถ่ายน้ำไปอีกหน่อย

บอกอะไรให้ฟังไหมครับ น้ำเมืองไทยถูกมากนะครับ น้ำ1000 ลิตรไม่ถึง 20 บาท อย่าประหยัดกันมากนัก รักจะเลี้ยงปลาก็เลี้ยงให้ดีครับ ถ้าขี้เกียจถ่ายน้ำให้ปลา แล้วมาอ้างว่าเปลืองน้ำด้วย…ผมว่าขี้เกียจอาบน้ำดีกว่าครับ ขี้เกียจเหมือนกันประหยัดน้ำเหมือนกันด้วยครับ

แต่ก็อย่าบ้าถ่ายเช้าถ่ายเงิน หรือถ่ายปริมาณมาก ๆ ระวังปลาจะแป๊กเอาด้วยนะครับ

พระท่านว่าให้เดินทางสายกลางครับ

แบคทีเรียสองชนิดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาตินั้นเกิดขึ้นที่ไหนครับ คำตอบก็คือทุกทีแหละครับ ผนังตู้ เปลือกpower สายอ๊อกฯ ฯลฯ แต่นั้นไม่เพียงพอต่อการย่อยของเสียทั้งหมดที่เกิดขึ้นในตู้ปลาครับ งานนี้ต้องมีระบบกรองครับ เพราะ80%ของแบคทีเรียจะอาศัยอยู่ในตู้กรองเราครับ ก็อยู่ที่วัสดุกรองแหละครับ

แหมจะให้ทำตัวไร้หลักแหล่ง ลอยไปลอยมาได้ไง คนเราก็ต้องมีบ้านฉันใด เจ้าแบคทีเรียก็ต้องมีบ้านฉันนั้นครับ

ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องมีกรองไงครับ จะกรองนอก กรองล่าง กรองข้างตู้ข้างเตียงอะไรก็ขอให้มีกรองนะครับ

แต่…..

เพื่อน ๆ สังเกตไหมครับว่ารูปแบบของของเสียที่เกิดขึ้นมีอย่างไร

จากขี้->แอมโมเนีย->ไนไตร์ท->ไนเตรท

ทีนี้ถ้าเพื่อน ๆ มีระบบกรองที่สมบูรณ์คือเซ็ตตัวอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ เพราะในกรองเราจะมีแบคมีเรียที่พร้อมจะฆ่า กัด กิน ทำลาย (555 บ้าไปแล้วตรู)ของเสียทันทีทันใดที่เกิดขึ้น แต่….

ถ้าเป็นตู้ใหม่ ๆ กรองใหม่ ๆ หล่ะครับ

ตู้ใหม่ ๆ ที่กรองยังไม่เซ็ตตัวจะไม่มีแบคทีเรียที่ว่านะครับ แล้วเพื่อน ๆ จะสังเกตเห็นว่า แบคทีเรียเกิดขึ้นได้ต้องมีของเสียเกิดขึ้นก่อนครับ การที่มีของเสียเกิดขึ้นก่อน ซึ่งก็หมายถึงช่วงนั้นน้องปลาของเราต้องอยู่ในตู้ที่มีของเสียไงครับ…

ด้วยเหตุนี้ผมจึงนิยมให้เพื่อ ๆ เซ็ตระบบกรองแล้วทำให้ระบบกรองของเราสมบูรณ์ก่อนที่เราจะลงปลาตัวโปรดของเรา

ขั้นตอนนี้เราเรียกว่าการ cycle tank (ขอดัดจริตให้หน่อยะครับ อิ อิ)

ไม่ยากอะไรครับ งานนี้ต้องอาศัยพี่บรู๊ช วิลลิช หรือ คุณจอน แม็คเคนแห่ง die hard ครับ

ไม่ต้องงงครับพี่ ภาษาประกิตเค้าบอกว่าให้เราใส่ hard fish หรือปลาที่ทน ๆ เช่นปลาทอง ปลาคร๊าฟ นี่แหละครับ เอามันมาทรมาณ 555 เลี้ยงมันไปก่อน ให้มันกิน ให้มันขี้ เพื่อให้เกิดแบคทีเรีย จากนั้นก็…555…ให้เจ้าอะโรฯเรากินไปซะ

ผมไม่เคยใช้หรอกนะครับปลาทอง ปลาคร๊าฟที่ว่า ผมใส่ตะเพียนเผือกตาแดงครับ ก็ใส่ไปเลยในตู้ ไว้ทดสอบคลอรีนด้วย เป็นแท็งค์เมทด้วย ทำให้กรองเซ็ตตัวในช่วงแรกด้วย คุ้มอิบหาย อิ อิ

ถามว่า”นานไหมครับ กล่าวระบบกรองจะเซ็ตตัวสมบูรณ์” —- ไม่นานครับ ปกติก็ 40 วันครับ (นั้นแหละเป็นเหตุผลที่ผมจะเชียร์ให้เพื่อน ๆ ซื้อตู้มาล่วงหน้า เลี้ยงtankmate ไปก่อนในระวังที่เรามองหาอะโรฯตัวโปรด กว่าจะได้ปลาตัวโปรด กรองในตู้ก็สมบูรณ์แล้ว ปลาก็ไม่เครียด สีก็ดี สบายใจผู้เลี้ยง ^_^ )

บางคนอาจจะบอกว่าก็ทุกทีก็ซื้อตู้มา ล้างตู้ ใส่น้ำ เดินกรอง ใส่ปลา ก็เลี้ยงมาปกติ ปลาก็อยู่ดี โตด้วย ไม่เห็นตายเลย ไม่เห็นต้องซีเรียสอะไรเลย นั้นก็บังเอิญกว่าเพื่อน ๆ โชคดี ได้บักอึดมาเป็นนางเอกครับ ทนได้สารพัด ทนต่อสภาพแวดล้อมเลว ๆ ห่วย ๆ โดยที่ไม่ตายครับ แบบว่าบักอึดรักพี่มากค่ะ ชาตินี้จะอดทนเพื่อพี่แหละ พี่ที่แหละที่น้องจะอยู่ด้วย

อ้อ….เกือบลืมไป พอระบบกรองเช็ตตัวได้แล้ว อย่าดันทะลึ่งนะครับ ผ่านไป 40 วันแล้ว ตรูรอวันนี้มานานแล้ว เอาเลย…ว่าแล้วใส่ปลาที่อยากได้นักอยากได้หนาเข้าไปทีเดียวหลายตัว

ไม่ได้ ไม่ได้เลยนะครับ ทยอยใส่ปลาลงไปครับ ไม่ใช่ชั่วโมงละตัวนะพี่… โดยปกติแล้วเค้าว่าสัปดาห์ละตัวครับ

ไม่ยากเกินไปนะครับ

สรุปเพิ่มเติมนะครับ

1 ถ้าไม่มีของเสียก็ไม่มีแบคทีเรียที่ใช้ค่อยของเสีย เพราะฉะนั้นการเดินระบบกรองโดยไม่มีปลา หรือไม่มีของเสีย ต่อให้รอนานแค่ไหน ก็ได้แต่ฝันค้างครับ เพราะระบบกรองไม่มีทางเซ็ตตัวครับ

2 ขี้ปลากับอาหารที่เหลือคาตู้ล้วนแต่ทำให้น้ำเสียทั้งนั้น แต่…เศษอาหารทำให้น้ำเสียมากกว่า ระบบกรองต้องทำงานหนักกว่า ลองให้นึกว่าหนูตายหนึ่งตัวเหม็นแค่ไหนเมื่อเทียบกับขี้หนึ่งก้อน อันไหนใช้เวลาย่อยสลายนานกว่ากัน คงพอนึกออกแล้วใช่ไหมครับ ถึงบอกว่า…อย่าพยายามให้เศษอาหารเหลืออยู่คาตู้ครับ มันไม่ดี คนเลี้ยงปลาที่มีวินัยเค้าไม่ทำกัน

3 รักจะเลี้ยงปลาก็ต้องถ่ายน้ำสม่ำเสมอนะครับ

4 เมื่อไหร่ที่ระบบกรองสมบูรณ์ ยาและสารเคมีพยายามอย่าไปใส่เลยนะครับ เดี๋ยวกรองล่มครับ ตู้ที่กรองลงตัวแล้ว แทบจะไม่มีปลาป่วยเลยครับ

5 ถ้าจะล้างวัสดุกรอง ไม่ว่าจะเป็นตุ้มฟองน้ำ bioball ประการัง ซับเสตรท(ซับในไม่เกี่ยวนะ) ฯลฯ ให้ใช้น้ำในตู้ปลาล้างนะครับ อย่าเอาน้ำก๊อกล้างนะครับเดี่ยวแบคทีเรียกลับบ้านเก่าหมด จริง ๆ แล้วเวลาล้างวัสดุกรองให้ทยอยล้างครับ เช่นเดือนนี้ล้างสัก 1/3 ของทั้งหมด เดือนหน้าก็ล้างอีก 1/3 แต่เป็นอีกส่วนหนึ่งครับ อย่าขยันมากนักแบบว่าล้างทีเดียวทั้งหมด มันไม่ดีครับ

6 แบคทีเรียทั้งสองชนิดใช้อ๊อกซิเจนในการย่อยของเสียนะครับ จะเห็นว่าทั้งปลาทั้งแบคทีเรียต่างก็ต้องใช้อ๊อกซิเจนทั้งนั้น อ็อกซิเจนสามารถละลายกับน้ำได้โดนการให้น้ำสัมผัสกับอากาศ เช่น ในกรองที่มี bioball หรือการที่ผิวน้ำในตู้ปลาเคลื่อนไหว

7 ระบบกรองที่เซ็ตตัวสมบูรณ์แล้ว ค่าแอมโนเมียกับไนไตร์ทจะเป็น 0 นะครับ แต่ค่าไนเตรทจะไม่เป็น 0 นะครับ

8 ในระยะยาวให้แฟนเรา เมียเรารักปลาเหมือนกัน เพราะอย่างน้อยเราก็จะมีลูกมือในการทำความสะอาดตู้ปลา ข้อนี้สำคัญมากกก อย่างน้อยก็มีเพื่อนคุย ดีกว่านั่งทำงก ๆ อยู่คนเดียว

อาจจะยาวไปนิดนะครับ แต่ว่ามีประโยชน์จริงๆครับ ข้อมูลนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก Pantown ครับ

ตั้น
Emperor Arowana
จักรพรรดิปลามังกรทอง
www.emperorarowana.com

เลี้ยงปลาทองมาเลย์อย่างไรให้เกล็ดเปิดสูง

เลี้ยงปลาทองมาเลย์อย่างไรให้เกล็ดเปิดสูง

บทความนี้ไตร่ตรองอยู่นานว่าจะเขียนดีหรือไม่ อันนี้ต้องบอกเหมือนกับบทความเรื่องแนวทางเลี้ยงปลาแดงนะครับว่า…คงไม่สามารถทำให้ปลาทองมาเลย์เปิดได้สะใจระดับเดียวกันทุก ๆ ตัว แต่ค่อนข้างมั่นใจครับว่าทำให้เกล็ดเปิดเร็วกว่าวิธีการเลี้ยงปกติแน่นอนครับ

แนวทางนี้จริง ๆ แล้วผมพูดได้เลยว่าปัจจุบันทุก ๆ ฟาร์มก็เลี้ยงปลาทองมาเลย์ในแนวทางนี้ทั้งนั้นครับ แล้วเอาตัวที่เปิดสูง ๆ มาขายในราคาที่แพงขึ้น

แต่….แนวทางนี้อาจจะไม่เหมาะกับผู้เลี้ยงที่มีปลาทองมาเลย์แค่ตัวเดียวนะครับ เพราะดูแล้วมันเป็นทุกข์ชอบกลในการเลี้ยง โดยส่วนตัวผมได้ลองนำปลาทองมาเลย์เกรดธรรมดาที่ไม่ได้เปิดสูงอะไรเลย คือเกล็ดเปิดแค่ 4 แถวเมื่อขนาด 8-9 นิ้ว หลังจากได้เลี้ยงในแนวทางนี้…ปรากฏว่าแค่ระยะเวลาไม่กี่เดือนเกล็ดแถวห้าก็เปิดกันหมดทั้ง 3 ตัว ในขณะที่หนึ่งในนั้น..เกล็ดแถวหกก็มีเปิดบางประปราย

เราลองมาดูกันดีกว่าว่าแนวทางเลี้ยงปลาทองมาเลย์ให้เปิดสูงนั้นทำอย่างไร

อันดับแรก ตู้ต้องเปิดด้วยสติ๊กเกอร์ขาว 3 ด้าน (ข้าง-หลัง-ข้าง) ส่วนก้นตู้นั้นเราวางบนโฟมซึ่งเป็นพื้นขาวอยู่แล้วไม่มีปัญหา ในส่วนด้านหน้านั้นใช้ฟิวเจอร์บอร์ดปิดแทน เผื่อเราจะได้เปิดดูปลาบางเวลาให้อาหาร เป็นต้น

อันดับสอง ต้องพยายามควบคุมไม่ให้อุณหภูมิสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส

อันดับสาม ระยะเวลาเปลี่ยนถ่ายน้ำก็ 1 อาทิตย์ต่อครั้งที่ 30%

อันดับสุดท้าย พยายามให้ปลาทองมาเลย์โดนไฟน้อยที่สุด นั้นคือไม่เปิดไฟในตู้เลย

เท่าที่มองรวม ๆ จะเห็นว่าเป็นการเลี้ยงปลาแบบที่เราไม่ได้เห็นปลาว่ายไปมาเลย ตรงนี้แหละทำให้ดูเหมือนว่าดูแล้วมันเป็นทุกข์ชอบกล เพราะจริง ๆ แล้วถ้าเราเลี้ยงปลาตามปกตินั้น อย่างไงเมื่อปลามีอายุมากขึ้น ปลาก็จะเปิดสูงขึ้นเองอยู่แล้ว

อีกอย่างก็คือ…ปลาจะสีซีดมากกก ดูขาวโพลนไปทั้งตัว บางคนก็ว่าสวยดี บางคนบอกว่ารับไม่ได้เพราะปลาดูจืดมากกก

โดยฟาร์มแนะนำว่าเราควรเลี้ยงปลาทองมาเลย์ด้วยวิธีนี้สัก 1-2 ปีแรก แต่โดยส่วนตัววมองว่า…ก็แล้วแต่ผู้เลี้ยงแหละครับ แค่ไหนแค่นั้นครับ

หลังจากที่เราพอใจในตัวปลาที่เกล็ดเปิดสูงขึ้นแล้ว แค่เราย้ายปลาไปเลี้ยงในตู้ดำ หรือใส แล้วเปิดไฟเลี้ยงปลาตามปกติ ไม่นานครับ..แค่ 2-4 สัปดาห์ปลาทองมาเลย์เราก็จะปรับสีตัวเหมือนปกติครับ ไม่ได้ขาวซีดตลอดไป

ถ้าจะสรุปคร่าว ๆ ก็คือ ตู้ขาวปิดหมด ไร้ไฟไร้แสง ควบคุมอุณหภูมิ และเปลี่ยนถ่ายน้ำสม่าเสมอ

เพื่อน ๆ ลองไตร่ตรองดูก่อนนำไปใช้นะครับว่าสมควรไหมถ้าจะนำมาปรับเลี้ยงกับปลาทองมาเลย์ของเรา ยิ่งถ้าเรามีปลาตัวเดียว แต่ต้องปิดตู้เอาไว้ ดูก็ไม่ได้ดู จะเปิดดูปลาทีก็ปลาซีด ๆ ชอบกล ทั้งหมดก็แลกกับการที่ปลาทองมาเลย์มีเกล็ดเปิดสูงและเร็วขึ้น…ลองไตร่ตรองดูครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก Pantown ครับ

ตั้น
Emperor Arowana
จักรพรรดิปลามังกรทอง
www.emperorarowana.com

เคล็ดลับการเลี้ยง”ปลามังกร”ให้โตเร็ว

สวัสดีครับ
วันนี้ไปเจอเรื่องราวดีๆครับ เลยเอามาแบ่งปันกันนะครับ

เคล็ดลับการเลี้ยง”ปลามังกร”ให้โตเร็ว

ปลามังกรจัดเป็นปลาที่มีราคาแพงทั้งในประเทศแลละต่างประเทศ ซึ่งถ้าได้เกณฑ์มาตรฐานแล้วราคาอาจสูงถึงหลักล้านเลยทีเดียว ผู้เลี้ยงปลามังกรหลายท่านเชื่อว่า ถ้าเลี้ยงแล้วจะมีโชคลาภ จึงทำให้ความนิยมในการเลี้ยงปลามังกรไม่เคยตกลงเลย มีผู้เลี้ยงบางท่านยอมลงทุนอย่างมากเพื่อที่จะได้ปลาชนิดนี้มาเลี้ยงโดยไม่ ต้องคอยลุ้นว่าเมื่อไหร่ปลามังกรตัวโตๆจะมีเกล็ดมันวาว แต่สำหรับบางท่านที่ต้องการเห็นตั้งแต่ตัวเล็กๆจนปลามังกรค่อยๆโตขึ้น เราก็มีเคล็ดลับง่ายๆในการเลี้ยงให้ปลามังกรโตเร็วและมีสุขภาพที่แข็งแรง ด้วยวิธีง่ายๆและมีปัจจัยหลักๆดังนี้

อาหาร สารอาหารที่มีผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของปลามังกร คือ โปรตีน และแคลเซียม สารอาหารเหล่านี้เราหาได้จาก ปลา นั่นเอง ดังนั้นการให้ลูกปลาเป็นอาหารจะให้ผลดีที่สุด แต่ก็ควรสลับกับอาหารชนิดอื่นๆบ้าง เช่น เนื้อสัตว์ อาหารชนิดนี้ควรล้างและลวกซะก่อน เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อบางชนิด บางท่านให้กินแมลงสาบเป็นอาหาร ซึ่งวิธีนี้ควรทบทวนให้ดี เพราะแมลงสาบเป็นพาหะอย่างหนึ่งที่จะนำเชื้อโรคเข้าสู่ตัวปลา  ส่วนการให้ปลากินอาหารนั้น ควรให้ในปริมาณน้อยๆแต่ให้ถี่ๆ แต่คงจะยากสำหรับคนที่ไม่มีเวลามากพอที่จะนั่งเฝ้าดูปลากินอาหารทั้งวัน ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ขอแนะนำให้ฝึกปลากินอาหารให้เป็นเวลาจะดีที่สุด

อากาศ เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ปลาแข็งแรงสมบูรณ์ และทำให้ปลากินอาหารได้มากขึ้น ดังนั้นควรเปิดแอร์ปั๊มในตู้อยู่ตลอดเวลา

น้ำ น้ำที่ดีที่สุดควรเป็นน้ำประปาที่ผ่านการกรองมาแล้วไม่ต่ำกว่า 24 ชม. pH ควรอยู่ที่ 6.5-6.8 ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำ 20-30% ของน้ำในตู้ทุกๆเดือน จะทำให้ปลารู้สึกสดชื่นกระตือรือร้นทันที

อุณหภูมิ ไม่ควรปล่อยให้ต่ำเกินไป เพราะจะทำให้ปลากินอาหารได้น้อย ควรรักษาอุณหภูมิในตู้ให้คงที่

สภาพแวดล้อม จัดสภาพแวดล้อมให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด จะทำให้ปลาไม่ตื่นกลัว และสามารถกินอาหารได้มากขึ้น

โรคภัย โรคปลาจะเกิดขึ้นได้ ถ้าหากผู้เลี้ยงละเลยปัจจัยทั้ง 5 ที่กล่าวมา และการสังเกตปลาเป็นโรคเบื้องต้น ให้สังเกตการกินอาหาร และการว่ายน้ำ ถ้ามีอาการช้าลงแสดงว่าปลาเริ่มเป็นโรคแล้ว ควรหาวิธีแก้ไขให้เร็วที่สุด
เพียงแค่ท่านปฏิบัติตามขั้นตอนที่กล่าวมานี้ ท่านก็จะได้เห็นปลามังกรที่โตเร็วและแข็งแรงเป็นผลตอบแทน
ขอบคุณข้อมูลจาก Fish Zone ฉบับที่ 45

ตั้น
Emperor Arowana
จักรพรรดิปลามังกรทอง
www.emperorarowana.com

3 สิ่ง เลี้ยงปลาให้ประสบความสำเร็จ

สวัสดีครับ

ปลามังกรสายพันธ์เอเชีย หรือ ปลาอโรวาน่าเรียกได้ว่าเป็นราชาแห่งปลาสวยงาม ที่ได้รับความนิยมและยอมรับจากนักเลี้ยงปลาสวยงามทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการว่ายน้ำที่มีท่วงท่าที่สง่างามมีพลังดุจมังกรร่อน เกล็ดที่มีสีดั่งทองคำบริสุทธิ์ในสายพันธ์ปลาสีทอง แดงดั่งเลือดนกในสายพันธ์ปลาแดง และหากจะกล่าวว่าเหมือนดั่งทองคำที่ลอยอยู่ในน้ำก็ไม่ผิดเพี้ยนอีกทั้งพี่น้องเชื้อสายจีนที่มีความเชื่อในปลาชนิดนี้ หากบ้าน/ที่ทำงานใด ได้เลี้ยงไว้ในบ้าน ณ.บริเวณที่ถูกต้อง มีการเลี้ยงดูที่เหมาะสมแล้ว จะสามารถดลบันดาลให้ผู้เลี้ยงและครอบครัวมีความสุขความเจริญในหน้าที่การงานยิ่งๆขึ้น กลับกันหากเลี้ยงดูไม่ถูกวิธีไม่ได้รับการเอาใจใส่เท่าที่ควรแล้วก็อาจทำให้พาลพบกับความยุ่งยาก หรือความวุ่นวายในการดำเนินชีวิตได้ปลามังกรจึงนับได้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่เป็นมงคลต่อผู้เลี้ยงทั่วไปครับ ดังนั้นการที่เราผู้เลี้ยงปลาสวยงามจะได้เลี้ยงปลามังกร หรือปลาสวยงามชนิดอื่นใดแล้ว ควรที่จะศึกษาหาความรู้ในการเลี้ยงปลาชนิดนั้นๆอย่างถ่องแท้ เข้าใจถึงธรรมชาติของปลา จะทำให้เรามีความสุขในการเลี้ยงปลาครับ

ปลามังกร (Arowana)เป็นปลาที่มีความแข็งแรงพอสมควรครับ ไม่ค่อยจะเจ็บป่วยง่ายเหมือนกับปลาชนิดอื่นๆ หากเลี้ยงอย่างถูกวิธี น้ำที่เหมาะสมอยู่ช่วง 6.5-7.5 ครับ อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ในช่วง 27-29 องศาเซลเซียส สามารถทนต่อแอมโมเนีย ไนไตร์ท และ ไนเตรท ได้ในระดับหนึ่ง ด้วยปลาชนิดนี้เป็นปลากินเนื้อล่าเหยื่อในธรรมชาติอาหารหลักของเขาหนีไม่พ้นจำพวกสัตว์น้ำ แมลง ที่มีขนาดเล็ก โดยเราสามารถปรับปลาบางตัวให้ปลากินอาหารที่ตายแล้วได้ แต่ปลาบางตัวนั้นไม่ยอมรับอาหารที่ตายแล้ว จะกินเฉพาะที่ยังมีชีวิตเท่านั้น ส่วนอาหารเม็ดนั้นมักไม่ค่อยกิน หรือกินได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งไม่ได้ผลเท่าใดนัก เพราะหากตัดสินใจเลี้ยงปลาชนิดนี้ต้องเข้าใจถึงธรรมชาติของเขาครับ

ปลาสวยงามที่เราเลี้ยงไว้นั้น มันสื่อสารกับเราไม่ได้ครับ ไม่ว่าเราจะใส่อะไรลงไป ปลาจะได้ผลกระทบอย่างแน่นอน เราเองก็ไม่รู้ว่าใส่ไปแล้วมันชอบหรือไม่ ดีหรือไม่ ปลาบอกเราไม่ได้ ครับเพราะฉะนั้นเมื่อเราต้องใส่อะไรลงไปไม่ว่าจะเป็น อาหาร ยา อาหารเสริมวิตามินต่างๆ นั้น ต้องแน่ใจว่าสิ่งนั้นไม่ทำอันตรายกับตัวปลา และให้ประโยชน์กับตัวปลาเท่านั้นครับ ไม่แน่ใจอย่าใส่อย่าเดาครับเพราะนั่นหมายถึงชีวิตปลาทีเดียว หลายคนเสียปลาไปเพราะเรื่องนี้ ก่อนใส่ควรปรึกษาผู้รู้เรื่องอย่างดีนะครับ จะได้ไม่เสียใจภายหลังส่วนตัวผมแล้วการเลี้ยงปลาที่ประสบความสำเร็จได้ต้องมี 3 อย่างครับ ผมมักที่จะให้ความสำคัญกับตัวแปร 3 ตัวคือ

1.น้ำ ต้องเป็นน้ำที่ได้คุณภาพเบื้องต้นที่ดีครับ ที่ดีหมายความว่า ควรเป็นน้ำที่ผ่านการกรอง,มีการพักน้ำการบำบัดคลอรีนแล้ว เป็นน้ำที่เหมาะกับปลาชนิดนั้นๆ ถ้าน้ำไม่ดี ส่วนที่เหลือก็ไม่สามารถทำให้ระบบทำงานหรือการเลี้ยงดีได้ครับ และแย่ที่สุดก็อาจทำให้เราเสียปลาไปได้ในระยะเวลารวดเร็วครับ อย่าเสี่ยงเพราะคิดว่าน้ำมีคลอรีนนิดหน่อยคงไม่เป็นไร และหากไม่จำเป็นแล้ว ไม่แนะนำให้ใช้น้ำยาปรับสภาพน้ำ หรือน้ำยาลดคลอรีนนะครับ เพราะบางกรณีไม่มีความจำเป็น และ เสียเงินเปล่าประโยชน์ครับ น้ำนับเป็นส่วนที่ผมให้ความสำคัญที่สุดในระบบครับ

2.อุณหภูมิ ปลาที่แข็งแรงกินดีนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ส่วนหนึ่งจะอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมและคงที่ อุณหภูมิที่เหมาะสมกับปลาสายพันธ์นั้นๆ เราต้องศึกษาครับว่าปลาชอบน้ำเย็น น้ำอุ่น อย่างใด คำว่าอุณหภูมิคงที่หมายถึงเราสามารถควบคุมอุณหภูมิไม่ให้เปลี่ยนแปลงมากในแต่ละวัน เช่น เช้า 25 องศาเซนเซียส บ่าย 26 เย็น 27 อย่างนี้พอรับได้ครับ แต่ถ้าเช้า 25 บ่าย 30 เย็นกลับมา 25 อีก อย่างนี้ปลาเครียด อาจได้ของแถมเป็นอาการป่วยอย่างแน่นอน ยิ่งถ้าหากระบบเล็ก ตู้ปลาเล็กแล้ว โอกาสที่อุณหภูมิจะแก่วงนั้นยิ่งมีมาก ตรงนี้จำเป็นครับที่เราต้องมีระบบช่วย มีฮีตเตอร์ควบคุม

3.ระบบกรอง นึกภาพว่าเพื่อนๆอยู่ในห้องแคบต้องกินและขับถ่ายออกมา หากไม่มีระบบกำจัดของเสีย ไม่มีระบบย่อยของเสียแล้ว ไม่นานสิ่งที่ขับถ่ายจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนเต็มห้อง สุดท้ายก็ทำให้ไม่สบาย เจ็บป่วยได้ ย้อนมาดูตู้ปลา หากไม่มีระบบกรองที่ดี วัสดุกรองที่มีประสิทธิภาพ ระบบที่เพียงพอต่อการบำบัดน้ำในตู้อย่างเหมาะสมกับจำนวนและ ชนิดของปลาแล้ว ก็อาจทำให้ปลาของท่านไม่สดชื่น มีอาการเครียดและป่วยบ่อยดังนั้นผมมีความเชื่อว่าถ้าหากเรามีวินัยในการเลี้ยงดู การดูแลเรื่องน้ำ อุณหภูมิ ระบบกรอง ที่ดีแล้วปลาที่เราเลี้ยงก็จะมีความสุข ไม่เครียด และป่วยน้อยลงครับ สำหรับบทความข้างต้นนั้นเป็นประสบการณ์การเลี้ยงของผมเองครับ อาศัยว่าเลี้ยงก่อนรู้ก่อน เลี้ยงทีหลังรู้ทีหลัง แน่นอนว่าย่อมมีคนเลี้ยงก่อนผมรู้มากกว่าผมครับ ดังนั้นขอให้คิดว่าเป็นคำแนะนำจากผู้เลี้ยงปลาสวยงามด้วยกันนะครับขอให้มีความสุขในการเลี้ยงปลาครับ

ขอบคุณบทความจากคุณ E20ngx

ตั้น
Emperor Arowana
จักรพรรดิปลามังกรทอง
www.emperorarowana.com

สวัสดีครับ

หลังจากสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้ลงข้อมูลเชิงวิชาการเกี่ยวกับปลาอโรวาน่าไป
ได้มีผู้เลี้ยงหลายท่านได้เข้ามาอ่านและสอบถามมากับผมบ้าง
ซึ่งผมก็อธิบายได้บ้างไม่ได้บ้าง เนื่องจากว่ามันเป็นข้อมูลเชิงวิชาการจริงๆ
อันนี้ต้องขออภัยเพื่อนๆผู้เลี้ยงปลาอโรวาน่าด้วยนะครับ

สัปดาห์นี้ ผมจึงลงข้อมูลเกี่ยวกับโรคที่จะเกิดขึ้นได้กับปลาอโรวาน่าที่รักของพวกเรานะครับ
ข้อมูลนี้ ผมค่อนข้างมั่นใจว่า ถ้าผู้เลี้ยงปลาอโรวาน่าสนใจหรือสงสัยอันใด
ผมสามารถให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำที่ดีได้อย่างแน่นอนครับ

สารพัดโรคภัยเบียดเบียนปลามังกร

ไม่ว่าเราจะใส่ใจดูแลปลามังกรตัวโปรดอย่างดีเพียงใด ก็ยังมีโอกาสที่ปลาอะโรวาน่าจะต้องประสบกับโรคภัยไข้เจ็บ โรคใดโรคหนึ่งในสารพัดโรคต่อไปนี้ ซึ่งสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นเลี้ยงปลาอะโรวาน่า บทความต่อไปนี้ ศึกษาไว้ไม่เสียประโยชน์แน่นอน

โรคเหงือก เป็นหนึ่งในโรคยอดฮิตที่ชอบเกิดกับปลาอะโรวาน่า ผู้เลี้ยงปลาอะโรวาน่าที่มีประสบการณ์ไม่มากพอจะมีโอกาสพบเจอกับโรคเหงือกมากกว่า 80% สาเหตุของโรคเหงือมีที่มาไม่แน่นอน แต่ส่วนมากจะมาจากคุณภาพน้ำไม่ดี ค่า pH สูงหรือต่ำเกินไป ตู้ปลาขาดการดูแล ของเสียเยอะ ไม่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำ ออกซิเจนภายในตู้ไม่เพียงพอ และอุณหภูมิน้ำสูงหรือต่ำเกินไป โรคนี้ถ้าเกิดขึ้นแล้วรักษาให้หายยากอีกด้วย ถ้าเป็นระยะแรกๆ ก็พอแก้ไขได้ แต่หากเป็นหนัก ๆ บางกรณีอาจต้องถึงกับทำศัลยกรรม หรือยิ่งไปกว่านั้นก็ไม่สามารถรักษาได้ เป็นรอยตำหนิตลอดไป ซึ่งโรคเหลือที่ว่านี้มี 4 แบบ คือ เหงือกอ้า (หรือเหงือกบาน) เหงือกหุบ เหงือกพับ และเหงือกบุ๋ม

โรคตาตก เกิดจากมีไขมันในเบ้าตาเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ดันลูกตาตกลงมา สาเหตุหลัก ๆ ที่พอสันนิษฐานได้ของโรคนี้ คือ 1. การให้อาหารประเภทไขมันมากเกินไป 2. การให้เหยื่อประเภท “กุ้งฝอย” สาเหตุนี้เกิดตรงที่เวลาปลามองหากุ้งก็จะมองที่บริเวณพื้นตู้ สอดส่วยไปมาทั่วตู้ นานเข้าก็ทำให้เกิดอาการตาตกได้ 3. ส่วนสาเหตุสุดท้ายก็คือ จากกรรมพันธุ์ ปลามังกรที่ตาตกจากกรรมพันธุ์ มักมีอาการตั้งแต่เล็กคือ 6 นิ้วก็เห็นอาการแล้ว

โรคเกล็ดพอง โรคนี้ส่วนมากเป็นในปลาเล็กขนาดไม่เกิน 8 นิ้ว โดยมีสาเหตุหลัก ๆ มาจากน้ำสกปรก มีค่าของเสียมาก และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลัน ลักษณะอาการก็คือ “เกล็ดจะเปิดอ้าออก” โรคนี้ถือเป็นโรคอันตรายที่อาจทำให้ปลามีโอกาสตายสูง

โรคแผลอักเสบ โดยปกติแล้วแผลอักเสบมักจะเป็นที่บริเวณใต้เกล็ดปลา โดยสังเกตได้จากจะมีรอยจ้ำเลือดแดง ๆ หรือมีสีน้ำตาลคล้ำ อาการส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อในซอกเกล็ดปลา

โรคหนวดปลาหมึก โรคนี้แม้จะไม่อันตรายนัก แต่ก็ถือได้ว่าเป็นโรคยอดฮิตติดอันดับ โดยมีลักษณะคือ ที่หนวดของปลาจะหงิกงอและมีตุ่มขึ้น ซึ่งดูโดยรวมแล้วเหมือน “หนวดปลาหมึก” สาเหตุสำคัญของโรคนี้ก็คือ ตู้สกปรกมีคราบเปื้อนมาก ปลามี่มีนิสัยชอบเล่นหน้าตู้โดยใช้ปากถูกไถกับตู้เป็นประจำ ประกอบกับตู้สกปรก จึงทำให้เกิดการติดเชื้อจนมีอาการดังกล่าวด้วย

โรคเกล็ดกร่อน โรคนี้มีสาเหตุมารจากในน้ำมีเชื้อโรค และเชื้อดังกล่าวจะค่อย ๆ ไปกัดกินเกล็ด ทำให้เกล็ดปลาดูเหมือนบิ่น แตกหัก หรือเสียรูปไป โรคนี้แม้ไม่ได้ทำอันตรายกับตัวปลาโดยตรง แต่ถ้าหากปล่อยไว้นานเข้า เกล็ดก็จะถูกกัดกร่อนลงไปเรื่อย ๆ

โรคเชื้อรา เป็นโรคยอดฮิตอีกโรคหนึ่ง ถือว่าเป็นกันบ่อย และจะแสดงออกโดยมี “รอยด่าง” หรือ “เปื่อย” ตามจุดต่าง ๆ เชื้อราแม้อาจไม่รุนแรงทำให้ปลาถึงตาย แต่ก็ส้างความรำคาญให้ปลาไม่น้อย ถ้าเป็นหนักเข้า อาจมีโรคแทรกซ้อนเข้ามาติดเชื้อแล้วลุกลามเข้าไปใหญ่ จนท้ายสุดก็อาจถึงตายได้

โรคตาขุ่น โรคตาขุ่นมาจาก 2 สาเหตุสำคัญคือ ติดเชื้อจากกรณีตาบาดเจ็บ (อาจจากรอยขีดข่วนหรือถูไถกับอุปกรณ์บางอย่างภายในตู้) และน้ำสกปรกเกินไป มีคราบของเสียภายในตู้เป็นจำนวนมาก ปริมาณออกซิเจนในตู้มีน้อยเกินไปก็เป็นอีกสาเหตุเช่นกัน โรคตาขุ่นจะมีลักษณะแก้วตาเป็นสีขาวขุ่น ๆ ไม่เห็นลูกตาดำ

โรคริดสีดวง ลักษณะของโรคนี้ก็คือจะมี “ติ่งสีชมพูอมแดง” ยื่นออกมาจากช่องทวาร ทำให้การขับถ่ายของปลาเป็นไปอย่างลำบาก สาเหตุของริดสีดวงเกิดจากระบบขับถ่ายของตัวปลาไม่ดี และเมื่อกินอาหารชิ้นใหญ่หรือประเภทย่อยยากไปมาก ๆ ก็ทำให้ระบบขับถ่ายมีปัญหา ผลจึงเกิดเป็นติ่งริดสีดวง

โรคจุดขาว โรคนี้เป็นโรคที่คนเลี้ยงปลาสวยงามคุ้นเคยกันดี สำหรับสาเหตุของโรคนี้ในปลาอะโรวาน่านั้น มักมาจากเพื่อนร่วมตู้หรือปลาเหยื่อ อาการของโรคจุดขาวจะมีลักษณะเป็นจุดขาว ๆ ขึ้นตามเกล็ดและครีบส่นต่าง ๆ ถ้าหากปลาของเราเริ่มที่จะมีอาการนี้ ให้แยกปลาอื่นที่น่าสงสัยออกไป แล้วทำการรักษาทั้งอะโรวาน่า และปลาเหยื่อเพื่อนร่วมตู้

ทั้ง 10 โรคที่ยกมา ล้วนเป็นโรครที่นิยมเกิดกับปลาอะโรวาน่า ซึ่งหากพิจารณาถึงปัจจัยของการเกิดโรคทุกโรคนั้น ผู้เลี้ยงดูจะเป็นปัจจัยแห่งการเกิดโรคภัยต่าง ๆ ขึ้นกับปลากมาที่สุด โดยสาเหตุสำคัญเกิดจากการขาดความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยง ขาดการดูแลเอาใจใส่ ส่วนสาเหตุจากตัวปลามีน้อยมาก ดังนั้น หากผู้เลี้ยงให้ความสำคัญในการเลี้ยงดู โอกาสที่ปลาอะโรวาน่าตัวโปรดจะเกิดโรคภัยมาบั่นทอนให้ชีวิตสั้นลงนั้นก็จะเกิดขึ้นได้ยาก

ขอบคุณข้อมูลจากโลกสัตว์เลี้ยงครับ

ตั้น
Emperor Arowana
จักรพรรดิปลามังกรทอง
www.emperorarowana.com

แนวทางการจำแนก เอเชียอโรวาน่า เิชิงวิชาการ

สวัสดีครับ

หลังจากสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้ลงข้อมูลเกี่ยวกับ ปลาอโรวาน่า เชิงวิชาการ ไปแล้ว
มีผู้เลี้ยงหลายท่านได้เข้ามาอ่าน
สัปดาห์นี้จึงคิดว่า อยากจะลงข้อมูลเชิงวิชาการอีกซักหน่อยนะครับ

ข้อมูล แนวทางการจำแนก เอเซียอโรวาน่า เชิงวิชาการนี้
ได้มาจาก คุณจิรขัย ในเว็บบอร์ดของ pantown ครับ
ผมคิดน่าจะมีประโยชน์พอสมควร
กับทั้งผู้เลี้ยงปลาอโรวาน่ามานานแล้วหรือว่าผู้ที่เพิ่งจะเริ่มต้นเลี้ยงปลามังกรครับ
ยังไงลองศึกษาดูนะครับ

เริ่มแรก ผมคงจะต้องขอชี้แจงว่า รายงานการบรรยายนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์นำไปสู่การขัดแย้ง
เพียงต้องการสื่อให้ทราบว่า ณ.ปัจจุบันกลุ่มปลาชนิดนี้มีการจำแนกออกมาจากเดิมคือจาก Scleropages formosus (Müller & Schlegel 1844) ที่ใช้เรียกรวม อะโรวาน่าทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด จำแนกเพิ่มออกมาอีก ชนิด และผลจากการจำแนกนี้เป็นที่ยอมรับกันทางสากล รายงานการบรรยายนี้หลายท่านคงมีการดาวน์โหลดไว้แล้ว
ในส่วนนี้ผมจึงขอนำมาเขียนให้กับผู้ชมที่ไม่มีเวลามานั่งแปล หรือ ไม่ทราบรายละเอียดในโครงสร้างของปลาบางอย่าง หากขาดตกบกพร่องประการใด ผมขอโทษไว้ ณ.ที่นี้ด้วยน่ะครับ.

จากรายงาน ณ.ปัจจุบัน เอเชียอะโรวาน่ามีการจำแนกออกเป็น ชนิดดังต่อไปนี้ครับ.
1) Scleropages formosus (Müller & Schlegel 1844) 
2) Scleropages aureus Pouyaud, Sudarto & Teugels 2003 
3) Scleropages macrocephalus Pouyaud, Sudarto & Teugels 2003 
4) Scleropages legendrei Pouyaud, Sudarto & Teugels 2003 

ในการจำแนกจากลักษณะภายนอกของปลาเอเชียอะโรวาน่า เท่าที่ดูจากในรายละเอียด ทางอาจารย์ผู้บรรยายจะพูดถึง ความยาวของกระดูกขากรรไกรบน(The upper jaw length.) จำนวนเกล็ดเส้นข้างลำตัว (lateral line scales.) ; จำนวนก้านครีบต่างๆ ( Rays.) หรือจะเทียบเป็น %ของความยาวส่วนต่างๆตามร่างกาย ต่อ ความยาวมาตรฐาน เช่น ความยาวมาตรฐาน หรือ ความยาวส่วนหัว เป็นต้น.

  • Scleropages formosus (Müller & Schlegel 1844) สะ- เคลอร์-โอ-พา-กีส ฟอร์-โม-ซัส 

ฟอร์โมซัส คำนี้มาจาก ฟอร์โมซา หากแปลความหมายจากภาษาโปรตุเกส แปลว่า สวยงาม หรือ Beautiful. แต่ถ้าใช้เป็นคำนาม ยิ่งนำมาเกี่ยวโยงกับปลาชนิดนี้ด้วยละก้อ สร้างความงุนงงครับ แต่มีความหมายนึง ที่น่าสนใจ คือ เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่อยู่นอกผืนดินของจีน ออกไปราว 100ไมล์ ในทะเลจีนใต้. จากแหล่งที่มา ทำให้พิจารณาได้ว่าต้องการที่จะสื่อถึงปลา อะโรวาน่าเขียว (Green Arowana.) หรือ Asian bonytongue. 

การกระจาย : พบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ ทางตอนใต้ของไทย , กัมพูชา , ทางใต้ของเวียตนาม , คาบสมุทรมาเลย์ และส่วนใหญ่ของลุ่มน้ำในสุมาตรา และ บอร์เนียว. ปลาชนิดนี้ ตัวผู้จะดูแลไข่ในปาก จนกว่าไข่แดงของลูกปลาจะหมดไปหลังจากการฟักเป็นตัวเสร็จสิ้นแล้ว จากรายงานระบุว่า ในฟารม์ การเพาะฟักครั้งนึงอาจจะให้ไข่ได้ในราว 50-150 ฟองทีเดียว.

ลักษณะภายนอก : มีจำนวนเกล็ดเส้นข้างลำตัว = 23-26 เกล็ด ; ครีบก้น = 25-28 ก้านครีบ ; ครีบหลัง =17-19 ก้านครีบ ; กระดูกขากรรไกรบนจะยาวมากคือ ยาวเกินขอบตาหลังไปมาก วัดได้ในราว 106.2-109.2% ของความยาวส่วนหัว. ; ,มีครีบหูที่ยาว.หากนำมาคำนวณ = 3 ของความยาวลำตัวมาตรฐาน ซึ่งยื่นยาวได้ถึงฐานครีบท้อง.

  • Scleropages aureus Pouyaud, Sudarto & Teugels 2003 สะ- เคลอร์-โอ-พา-กีส ออ-รี-อุส 

ออรีอุส Aureus : หมายถึง สีทอง (gold coloration.) ดังนั้น ทางอาจารย์ที่บรรยาย ต้องการที่จะสื่อถึง เรดเทลล์โกลด์เด้น อะโรวาน่า (Red Tail Golden Arowana ) หรือ อะโรวาน่าทองอินโดนีเซีย (Indonesian Golden.) 

การกระจาย : ปลาอะโรวาน่าชนิดนี้พบใน แม่น้ำ Siak และ แม่น้ำBatanghari ในสุมาตรา อินโดนีเซีย.

ลักษณะภายนอก : มีจำนวนเกล็ดเส้นข้างลำตัว = 24-26 เกล็ด ; ครีบก้น = 26-28 ก้านครีบ ; ครีบหลัง =15-20 ก้านครีบ ; กระดูกขากรรไกรบนสั้น คือ ยาวไม่ถึงขอบหลังของตา วัดได้ในราว 99.1-101.8% ของความยาวส่วนหัว. ; ,มีครีบหูที่ยาว.หากนำมาคำนวณ = 3 ของความยาวลำตัวมาตรฐาน ซึ่งยื่นยาวได้ถึงฐานครีบท้อง.

  • Scleropages macrocephalus Pouyaud, Sudarto & Teugels 2003 สะ- เคลอร์-โอ-พา-กีส แมค-โร-เซฟ-อา-ลัส. 

แมค-โร-เซฟ-อา-ลัส. Macrocephalus คำนี้คงต้องการจะสื่อถึง หัวที่กำยำแข็งแรง (robust head) หากในภาษาอังกฤษ คำว่า robust หมายถึง แข็งแรง จากความหมายทั้งหมด เป็นตัวแทนของอะโรวาน่าอินโดนีเซียอีกชนิด คือ ซิ ลเวอร์อินโดนีเซียอะโรวาน่า (Silver Indonesian Arowana) ; ปลาอะวาน่าที่พบใน Pinoh ก็จะเป็น ซิลเวอร์อินโดนีเซียอะโรวาน่า แต่เป็น หางเทา หรือ เกรย์เทลล์ (Grey-tailed variety.) ส่วน ซิลเวอร์ อินโดนีเซียอะโรวาน่า ที่พบใน Kuning Banjar จะเป็น หางเหลือง หรือ เยลโล่เทลล์ (Yellow-tailed variety.) 

การกระจาย : พบบริเวณบอร์เนียวกลาง ในแม่น้ำ Barito. และทางบอร์เนียวตะวันตก ในแม่น้ำ Melawi และแม่น้ำ Pinoh. ซึ่งทั้งสองแม่น้ำนี้เป็นสาขาย่อยของ แม่น้ำคา เพาวส์. ปลาอะโรวาน่าชนิดนี้พบได้ในน้ำไหลตั้งแต่ลำธาร ไปถึงแม่น้ำที่ขุ่นมัว ตัวผู้จะมีหน้าที่ดูแลและอมไข่ แต่ไข่ของปลาชนิดนี้ค่อนข้างจะใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.38 – 1.58 ซม.ทีเดียว.

ลักษณะภายนอก : มีจำนวนเกล็ดเส้นข้างลำตัว = 21-26 เกล็ด ; ครีบก้น = 24-27 ก้านครีบ ; ครีบหลัง =17-19 ก้านครีบ ; กระดูกขากรรไกรบนยาวถึงขอบหลังของตา วัดได้ในราว 106.3-108.9% ของความยาวส่วนหัว. ; ,มีครีบหูที่ยาว.หากนำมาคำนวณ = 3 ของความยาวลำตัวมาตรฐาน แต่ยาว ไม่ถึงฐานครีบท้อง.

  • Scleropages legendrei Pouyaud, Sudarto & Teugels 2003 สะ- เคลอร์-โอ-พา-กีส ลี-เจน-ดรีย์-อาย. 

ลี-เจน-ดรีย์-อาย. Legendrei เป็นชื่อชนิดที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับนักวิจัยอาวุโสชาวฝรั่งเศส ท่านอาจารย์ Marc Legendre .ปลาชนิดนี้เป็นที่รู้จักทั่วไปในชื่อ อะโรวาน่าอินโดนีเซียซุปเปอร์เรด , ชิลลี่เรด หรือ บลัด (Super Red , Chili or Blood Indonesian Arowana.) 

การกระจาย : อาศัยในน้ำที่มีสภาพเป็นกรด (Ph น้อยกว่า 5.5) หรือ แบล็ควอเธอร์ แถบทะเลสาปขนาดเล็กในป่าบริเวณขอบๆทะเลสาป Sentarum. ซึ่งอยู่ทางตอนบนๆซึ่งต่อเชื่อมกับแม่น้ำคาเพาวส์ ทางบอร์เนียวตะวันตก ประเทศอินโดนีเซีย.

ลักษณะภายนอก : มีจำนวนเกล็ดเส้นข้างลำตัว = 23-25 เกล็ด ; ครีบก้น = 25-27 ก้านครีบ ; ครีบหลัง =17-19 ก้านครีบ ; กระดูกขากรรไกรบนสั้นที่สุดในบรรดาทั้ง4ชนิด คือยาวถึงแค่กึ่งกลาง ของตา วัดได้ในราว 95.9-97.7% ของความยาวส่วนหัว. ; ความยาวของครีบหู หากนำมาคำนวณ = 3-3.5 ของความยาวลำตัวมาตรฐาน แต่ยาว ไม่ถึง ฐานครีบท้อง.

ถึงตรงนี้ หวังว่าเพื่อนๆผู้เลี้ยงจะได้ความรู้เพิ่มเติมกันไม่มากก็น้อยนะครับ

ตั้น
Emperor Arowana
จักรพรรดิปลามังกรทอง
www.emperorarowana.com

ข้อมูลปลาอโรวาน่าเชิงวิชาการ

สวัสดีครับ

วันนี้ผมมีข้อมูลของปลาอโรวาน่าเชิงวิชาการมาฝากครับ
เป็นข้อมูลที่ผมได้มาจากเว็บไซต์ของ ด.ช.ฐาปกรณ์ นาชัยเพชร ชั้น ม.1/8 เลขที่ 8
อาจจะเป็นข้อมูลที่ผู้เลี้ยงปลาบางท่่านทราบแล้ว หรือ
อาจจะเป็นข้อมูลเชิงลึกให้กับอีกหลายๆท่านนะครับ
ยังไงลองศึกษาดูนะครับ คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ

ปลาตะพัด หรือที่นิยมเรียกว่า อะโรวาน่า เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีวิวัฒนาการจากปลาโบราณเพียงเล็กน้อย จึงมี

ลักษณะคล้ายปลาโบราณ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Arowana (อะโรวาน่า) หรือ Arawana (อะราวาน่า) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Scleropages formosusอยู่ในวงศ์ปลาตะพัด (Osteoglossidae) นับว่าเป็นปลาที่ใกล้สูญพันธุ์ในธรรมชาติ เนื่องจากเป็นปลาที่สืบพันธุ์ยาก ประกอบกับแหล่งที่อยู่ถูกทำลายไปได้รับความนิยมอย่างสูงของนักเลี้ยงปลาตู้ ในฐานะของปลาสวยงาม ราคาแพง เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

สำหรับชื่อ “ตะพัด” เป็นชื่อที่เรียกกันในภาคตะวันออก แถบจังหวัดจันทบุรีและตราด ในภาคใต้จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะเรียกปลาชนิดนี้ว่า “หางเข้” ถูกค้นพบเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2474 ตามรายงานของสมิธที่ลำน้ำเขาสมิง จังหวัดตราด โดยระบุว่าในขณะนั้น ปลาตะพัดเป็นปลาที่พบได้ทั่วไปในแม่น้ำลำคลองในภาคตะวันออก ไข่มีลักษณะสีส้มลูกกลมใหญ่ ฟักไข่ในปาก เนื้อมีรสชาติอร่อย นิยมใช้ทำเป็นอาหาร

ในปัจจุบัน สำหรับประเทศไทย เชื่อว่าเหลือเพียงบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสงและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยัน ซึ่งเป็นต้นแม่น้ำตาปี และบริเวณแม่น้ำ ที่อำเภอละงู จังหวัดสตูลเท่านั้น ส่วนทางภาคตะวันออกที่เคยชุกชุมในอดีต ไม่มีรายงานการพบอีกเลย อีกที่หนึ่งที่ได้เคยได้ชื่อว่ามีปลาตะพัดชุกชุมคือ บึงน้ำใส อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ในอดีตเป็นแหล่งจับปลาตะพัดที่มีชื่อเสียงมาก จนมีชื่อปรากฏในคำขวัญประจำอำเภอ โดยชาวบ้านจะเรียกปลาชนิดนี้ว่า “กรือซอ” แต่จากการจับอย่างมากในอดีต ทำให้ในปัจจุบัน ปริมาณปลาตะพัดลดน้อยลงจนแทบจะสูญพันธุ์

ลักษณะ
ปลาอโรวาน่าลำตัวยาว ด้านข้างแบน เกล็ดมีขนาดใหญ่สีเงินอมเขียวหรือฟ้าเรียงเป็นระเบียบอย่างสวยงาม เกล็ดบริเวณเส้นข้างลำตัวมีประมาณ 24 ชิ้น ตาโต ปากใหญ่เฉียงขึ้นด้านบน ฟันแหลม ครีบหลังและครีบก้นยาวไปใกล้บริเวณครีบหาง สันท้องคม มีหนวด 1 คู่อยู่ใต้คาง ปลาตะพัดขนาดโตเต็มที่ได้ยาวได้ราว 90 เซนติเมตร หนักได้ถึง 7 กิโลกรัม พฤติกรรมมักจะว่ายบริเวณริมผิวน้ำ อาหารของปลาอโรวาน่า ได้แก่ สัตว์น้ำขนาดเล็ก ตลอดจนแมลง สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำขนาดเล็ก ปลาโตเต็มวัยสามารถโดดงับอาหารได้สูงถึง 1 เมตร

ที่อยู่
ปลาอะโรวาน่าอาศัยอยู่ในแม่น้ำที่มีสภาพใสสะอาด มีนิสัยค่อนข้างดุ ก้าวร้าว ขี้ตกใจ มักอาศัยอยู่ลำพังตัวเดียวหรือเป็นคู่ ถ้าอยู่เป็นฝูง ก็จะอยู่เป็นฝูงเล็ก ๆ ไม่เกิน 3-5 ตัว พบได้ในทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และปลาในแต่ละแหล่งน้ำจะมีสีสันแตกต่างหลากหลายกันออกไป เชื่อว่าเกิดเนื่องจากลักษณะทางพันธุกรรมและสภาพแวดล้อมที่อยู่ของปลาอะโรวาน่า เช่น สีทอง สีแดง สีเงิน สีทองอ่อน เป็นต้น

การเลี้ยง
ปลามังกร หรือ ปลาอะโรวาน่า นับว่าเป็นสุดยอดปลาสวยงามที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุดมา โดยตลอดซึ่งอาจจะเป็นเพราะปลาชนิดนี้เป็นปลาที่มีรูปร่างสวยงาม มีเกล็ดขนาดใหญ่ และมีสีสันแวววาวมีหนวดซึ่งมีลักษณะคล้าย “มังกร” นอกจากนี้ยังมีเรื่องความเชื่อต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องกับปลาอะโรวาน่า โดยชาวจีนเชื่อว่าผู้ใดเลี้ยงปลาชนิดนี้แล้วจะร่ำรวยมีโชคลาภ จึงทำให้ปลามังกรชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงสุด

สายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยง

  • อะโรวาน่าเขียว (Green Arowana คือปลาตะพัดนี่เอง)
  • อะโรวาน่าแดงอินโดนีเซีย (Super Red) เป็นปลาที่มีสีแดงสดทั้งตัว ทั้งครีบและหาง มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินโดนีเซีย ในแถบทะเลสาบขนาดเล็กในป่าบริเวณรอบ ๆ ทะเลสาบเซนทารัม ซึ่งอยู่ทางตอนบนซึ่งต่อเชื่อมกับแม่น้ำคาปัวส์ ทางบอร์เนียวตะวันตก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่มีค่าความเป็นกรดค่อนข้างต่ำ (pH น้อยกว่า 5.5) จัดเป็นสายพันธุ์ที่มีราคาสูงรองลงมาจากอะโรวาน่าทองมาเลย์

ในตัวที่มีสีแดงตัดขอบเกล็ดคมชัดเจน เรียกว่า ชิลลี่ เรด (Chili Red) ตัวที่มีสีแดงทั้งตัว เรียกว่า บลัด เรด (Blood Red) หรือในบางตัวมีเหลือบสีม่วงในเกล็ด เรียกว่า ไวโอเล็ท ฟิวชั่น (Violet Fusion) ทั้งนี้สีปลาอ่อนหรือเข้มขึ้นอยู่กับตัวปลาเองและผู้เลี้ยง

นอกจากนี้แล้ว ยังมีสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกัน โดยพบในประเทศอินโดนีเซียเช่นเดียวกัน แต่พบคนละแหล่งน้ำ คือ เรด บี (Red B) หรือ บันจา เรด (Banja Red) (แต่ปัจจุบันนี้ได้ถูกเรียกว่า เรด อะโรวาน่า ((Red Arowana)) ซึ่งเมื่อยังเล็กจะมีสีแดงสดเหมือนปลาอะโรวาน่าแดงอินโดนีเซียทั่วไป แต่เมื่อโตขึ้นสีจะซีดลง จนเกล็ดมีเพียงสีเงินเหลือบเหลืองอ่อน ๆ สีครีบและหางเป็นสีเหลืองปนส้มเท่านั้น แลดูคล้ายปลาทองอ่อน และเป็นปลาที่มีราคาต่ำกว่า

ปัจจุบัน ได้มีการผสมข้ามสายพันธุ์ (Cross Breed) กับอะโรวาน่าทองมาเลย์ เป็นปลาลูกผสมระหว่างสายพันธุ์ทั้ง 2 ที่มีสีทองแดง เรียกว่า เรด สเปลนเดอร์ (Red Splendor)

อนึ่ง ในปี ค.ศ. 1994 มีนักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของปลาอะโรวาน่าแดงอินโดนีเซียแยกออกมาต่างหาก โดยเรียกว่า Scleropages legendrei แต่ชื่อนี้ยังไม่ได้รับการยอมรับเป็นสากลเท่าที่ควร

  • อะโรวาน่าทองอินโดนีเซีย (Red Tail Golden Arowana) เป็นปลาที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมีราคาที่ไม่สูงมาก หากเทียบกับสายพันธุ์อื่นที่พบในเอเชียด้วยกัน อีกทั้งมีความสวยงามมีสีทองเข้ม ครีบอก กระโดงต่าง ๆ และหาง มีสีแดงสด ด้วยเหตุนี้ จึงมีชื่อเรียก ว่า Red Tail Golden (นิยมเรียกสั้น ๆ ว่า RTG) ครีบหลังและหางส่วนบนจะมีสีแดงคล้ำปนดำ บนหลังจะมีเกล็ดสีดำ เกล็ดสีทองจะมีขึ้นมาถึงเกล็ดแถวที่ 4 และอาจจะมีขึ้นประปรายบ้างบนแถวที่ 5 เรียกว่า ไฮแบ็ค (Hight Back) ปัจจุบันมีการผสมข้ามสายพันธุ์ (Cross Breed) กับอะโรวาน่าทองมาเลย์จนได้สายพันธุ์ปลาพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า ไฮแบ็ค มากขึ้น โดยเกล็ดเงางามขึ้น และเกล็ดเปิดถึงแถวที่ 5 ได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้แล้วยังมีสายพันธุ์ที่สีอ่อนกว่า เมื่อเล็กมีลักษณะคล้ายปลาตะพัดหรืออะโรวาน่าเขียวมาก โตขึ้นครีบมีสีใสและเกล็ดเป็นสีเงินปนเหลืองอ่อน ๆ เรียกว่า “ทองอ่อน” และตัวใดที่ครีบมีสีเหลืองเข้มขึ้นมาหน่อย ก็จะถูกเรียกว่า “ทองหางเหลือง” (Yellow Tail) เป็นต้น

เป็นปลาที่พบในประเทศอินโดนีเชีย บริเวณบอร์เนียวเหนือ และเกาะสุมาตรา และส่วนของทางหางเหลืองก็อยู่ในแหล่งน้ำที่ต่างจากทองอินโดนีเซีย

อนึ่ง ในปี ค.ศ. 1994 มีนักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของอะโรวาน่าทองอินโดนีเซียแยกออกมาต่างหากว่า Scleropages aureu และในส่วนของทองหางเหลืองก็ได้มีการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์แยกออกมาอีกว่า Scleropages macrocephalus ในปี ค.ศ. 2003[1]

  • อะโรวาน่าทองมาเลย์ (Malayan Bonytongue, Cross Back) ที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศมาเลเซีย แถบรัฐปะหัง เประ และมาเลเซียตะวันตก เป็นสายพันธุ์ของอะโรวาน่าที่มีราคาแพงที่สุด โดยอาจมีราคาสูงถึงหลักแสนบาท เนื่องจากเป็นปลาที่มีสีทองสดใสที่สุด เกล็ดมีความเงางามมาก เมื่อปลาโตเต็มวัยจะสีทองจะเปิดสูงข้ามบริเวณส่วนหลัง จึงมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Cross Back

อีกทั้งในบางตัวยังมีฐานสีที่บริเวณเกล็ดเป็นสีม่วงหรือสีน้ำเงินเรียก ว่า บลูเบส (Blue Base) ในบางตัวที่มีฐานเกล็ดเป็นสีเขียวเรียกว่า กรีนเบส (Green Base) ในขณะที่ตัวที่มีสีทองเหลืองอร่ามทั้งตัวโดยไม่มีสีอื่นปะปนจะเรียกว่า ฟูลโกลด์ (Full Gold)

อะโรวาน่าทองมาเลย์ เมื่อเทียบกับปลาอะโรวาน่าสายพันธุ์อื่น ๆ จะพบว่าเป็นสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กที่สุด อีกทั้งครีบและหางเล็กกว่า แต่มีสีสันที่สวยที่สุด

ไฮแบ็ค (Hight Back) เป็นปลาลูกผสมระหว่างทองอินโดนีเซียกับทองมาเลย์ ทำให้ลูกปลาที่เกิดออกมามีส่วสนเด่นของทั้งสองสายพันธุ์ คือ มีเกล็ดที่แวววาวกว่าทองอินโดทั่วไปและสีทองของเกล็ดจะเปิดถึงแถวที่ 5 มากกว่าทองอินโดปกติ

ชื่อเรียกในภาษาต่าง ๆ
ตะพัด (ภาษาภาคตะวันออก)
หางเข้ (ภาษาใต้)
กรือซอ (ภาษายาวี)
เคเลซ่า (ภาษามาเลย์)
โคโลโซ่ (ภาษาอินโดนีเซีย)
อะโรวาน่า (Arowana-ภาษาอังกฤษ-ชื่อที่เรียกทั่วไป)
มังกร (อีกชื่อที่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป)
เล้งฮื้อ (ภาษาจีนแต้จิ๋ว)

อ้างอิง
หนังสือคู่มือเลี้ยงปลาอะโรวาน่า โดย สุรศักดิ์ วงศ์กิตติเวชสกุล (พ.ศ. 2540) ISBN 974-86869-5-7

ตั้น
Emperor Arowana
จักรพรรดิปลามังกรทอง
www.emperorarowana.com